เมื่อวันที่ 23 ม.ค. จากกรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ นายโกเมศ พุทธสอน ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผอ.ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจฯ (พญาเสือ) ได้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัด จำนวน 192 นาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหล่มเก่า สถานีตำรวจภูธร อ.หล่มเก่า และศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง เข้าดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ทพร้อมสิ่งปลูกสร้าง บริเวณภูทับเบิก-ผาหัวสิงห์ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ตามมาตรา 35(3) แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จำนวน 2 แห่ง คือ ภูทับเบิกสวนสวรรค์รีสอร์ท และ กู๊ดวิว-ฮอตวิว ภูทับเบิก ท้องที่บ้านดอยน้ำเพียงดิน หมู่ 8 ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ แต่ถูกราษฎรขัดขวางทำให้ไม่สามารถรื้อถอนรีสอร์ททั้ง 2 แห่งได้นั้น

กรมอุทยานฯ ได้ชี้แจงว่า จากสถานการณ์โดยพฤติการณ์ของราษฎรในเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จะใช้ผู้หญิงเป็นด่านแรกในการปะทะกับเจ้าหน้าที่ โดยผู้ชายจะอยู่ด้านใน ส่งเสียงยั่วยุปลุกปั่นให้ผู้หญิงเข้าไปแย่งอุปกรณ์รื้อถอนจากเจ้าหน้าที่ มีการพูดต่อว่าคณะเจ้าหน้าที่ และมีการไลฟ์สดผ่านสื่อออน์ไลน์ กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง และพูดให้ร้ายต่อเจ้าหน้าที่ จากการกระทำดังกล่าว เป็นการหวังยั่วยุเพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเจรจาทำความเข้าใจอย่างละมุนละม่อม คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการประสานพนักงานสอบสวนในท้องที่ เพื่อรวบรวมนำหลักฐานภาพและวิดีโอ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับราษฎรกลุ่มดังกล่าวที่เข้าขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 136 ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และมาตรา 138 ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน ตาม ป.อาญา

ส่วนรถยนต์ที่จอดขวางปิดกั้นเส้นทางไม่ให้เจ้าหน้าที่ออก ได้สั่งการให้ขนย้ายรถยนต์คันดังกล่าวไปส่งพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจ และเมื่อเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการอย่างจริงจัง ราษฎรเจ้าของรถยนต์จึงได้ย้ายรถหนีออกไป ทั้งนี้ จะได้แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของรถคันดังกล่าวต่อไป ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีการเจรจาต่อรอง เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับราษฎร จึงไม่ได้บุกเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ด้วยเกรงว่าจะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อกรมอุทยานฯ โดยจากการสอบถามพบว่าราษฎรที่มาชุมนุมในวันนี้เป็นราษฎรที่มาจากหมู่บ้านอื่น
ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ได้มีการเปิดโอกาสในการเจรจาต่อรองเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน พร้อมมีการแบ่งปันอาหารกลางวันและน้ำให้กับราษฎรผู้ชุมนุม โดยไม่มีการกระทบกระทั่งกันแต่อย่างใด ทั้งนี้จึงได้รวบรวมหลักฐานบันทึกรายละเอียดจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่รื้อถอนได้ และบันทึกแจ้งความร้องทุกข์ผู้ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ตามคดีอาญาที่ 30/2567 ปจว.ลำดับที่ 3 เวลา 21.31 น. ลงวันที่ 22 ม.ค.67

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้รื้อสิ่งปลูกสร้างบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาค้อให้ได้ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะ 2 รายนี้บุกรุกใหม่ และสั่งให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ สำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ได้พยายามเจรจาพูดคุยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและหาข้อยุติที่ดีร่วมกันแล้ว แต่ในทางปฏิบัติตามกฎหมายก็ต้องทำอย่างเคร่งครัดแบบไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับผู้ที่คิดจะบุกรุกพื้นที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตน และไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิด ไม่ว่าใครก็ตาม จะใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายไม่ได้อย่างเด็ดขาด



