เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมกิจกรรมผู้ว่าฯ สัญจรเขตบางซื่อ ว่า เขตบางซื่อเป็นเขตที่มีประชากรกว่า 1 แสนคน มีพื้นที่ประมาณ 11 ตร.ม. ถือว่าเป็นพื้นที่แหล่งอาศัยที่สำคัญ ปัญหาหลักๆ ที่ประชาชนร้องเรียน คือเรื่องทางเท้าซึ่งทางเขตกำลังดำเนินการแก้ไข รวมถึงเรื่องไฟส่องสว่าง จุดเสี่ยงน้ำท่วม 11 จุด ก็แก้ไขเกือบครบถ้วนเช่นเดียวกัน มี 50 ชุมชน มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น และมีแนวคิดที่จะพัฒนาถนนประชาชื่น ริมคลองประปา ระยะทาง 2.8 กม. ตั้งแต่แยกประชาชื่น-แยกประชานุกูล อีกด้วย

นอกจากนี้ นายชัชชาติ ได้เผยถึงกระบวนการจ่ายเงินค่าระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) ให้กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่สภา กทม. มีมติเห็นชอบโครงการการรับมอบงานทรัพย์สินระบบการเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 ต่อมาฝ่ายบริหาร กทม. จะเสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พ.ศ. …. เข้าสภา กทม. ในวันพรุ่งนี้ (24 ม.ค.) โดยนำเงินสะสมจ่ายขาดของ กทม. มาจ่ายคืน ซึ่งสภา กทม. จะมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อพิจารณาจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้อีกครั้ง
นายชัชชาติ กล่าวว่า ส่วนอีกทางหนึ่งจะส่งหนังสือไปยังกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อรายงานมติของสภา กทม. จะทำให้เรื่องที่ค้างอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีบริบทเปลี่ยนไป เพราะมีการนำหนี้ค่า E&M มาอยู่ในเงื่อนไขการต่อสัญญาสัมปทาน ส่วนวันที่การจ่ายเงินคืนให้กับทางบีทีเอส ต้องมีการคุยรายละเอียดให้รอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด
“เราได้ทำตามที่ มท. แจ้งมาแล้ว อะไรจ่ายก่อนได้ก็จ่าย ทำให้เนื้อหาในเรื่องที่ค้างอยู่เปลี่ยนไป ก็แล้วแต่ทาง มท. จะนำเรื่องเข้า ครม. อีกหรือไม่” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ ยังกล่าวชี้แจงถึงกรณีประชาชนมีความกังวลเรื่องการเวนคืนที่ดินตามแนวถนนที่มีการขีดเขตแนวทาง ตามร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่พักอาศัย อาทิ ในซอยทองหล่อ ซอยอารีย์ ว่าจะโดนเวนคืนที่ดินจากการขีดเขตแนวทางตามผังเมืองใหม่ จึงอยากขอชี้แจงว่า ทั้ง 2 จุดไม่ใช่ถนนใหม่ โดยถนนตามผังเมืองจะมีถนนประเภท ก และประเภท ข ซึ่งถนนที่มีการกำหนดแนวร่างนั้น หลายเส้นเป็นถนนตั้งแต่ปี 56 ไม่ได้มีการเปลี่ยนใหม่ เพราะฉะนั้นจริงๆแล้ว ไม่มีโครงการที่จะเวนคืนถนนเพิ่มเลย
ซึ่งการที่กำหนดเขตทางไว้ ก็เพื่อให้เวลาก่อสร้างอาคารใหม่ ต้องมีระยะเว้นจากถนน 12 เมตร เพื่อให้ลดความแออัดของเมือง อย่างเช่นในซอยอารีย์ ไม่ได้คิดจะเวนคืนเลย แต่มีการนำถนนออกด้วยซ้ำ เช่นในซอยอารีย์ ถนนที่เขียนไว้เป็นตั้งแต่ปี 56 ไม่ได้มีการเขียนใหม่ ถนนใหม่เราก็ได้นำออกไปหลายเส้นด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่พี่น้องกังวลจึงไม่ใช่ ที่มีการยกป้ายว่าจะเวนคืนจึงไม่ใช่ ถนนมีมาเป็น 10 ปีแล้ว และไม่ได้มีการเวนคืน
หรือในเส้นทองหล่อเองก็ตาม เป็นถนนเส้นเก่าไม่ใช่ถนนเส้นใหม่ จึงต้องขอชี้แจงว่า ผังเมืองมีรายละเอียดเยอะ และไม่มีเจตนาที่จะเวนคืนถนนในเมืองเพิ่มทั้งสิ้น แต่จุดประสงค์ที่มีไว้ก็เพื่อลดความแออัดเวลาสร้างอาคารใหม่ จะได้ถอยร่น ไม่มาติดถนน และเกิดเป็นกำแพง ซึ่งก็เป็นแนวคิดด้านผังเมือง และขณะนี้เรายังรับฟังความเห็นต่อถึงสิ้นเดือน ก.พ. 67 ไม่ต้องกังวลเพราะหน้าที่เรา คือต้องทำเมืองให้ดีขึ้น ไม่ได้มีการเวนคืนหรือไปทำอะไรให้ประชาชนเดือดร้อน

หลังจากนั้น ผู้ว่าฯ กทม. ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับลูกจ้างของสำนักงานเขต จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายสรายุทร แสนสุข ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ) นางนัจนันท์ ดอกบัว ลูกจ้างประจำตำแหน่ง พนักงานทั่วไป (กวาด) นางสาวอุไรวรรณ แสนบัวโพธิ์ ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) นายเฉลียว ม่วงเอี่ยม ลูกจ้างประจำตำแหน่งพนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) นางสาวนุจรินทร์ ลี้เจริญ ลูกจ้างชั่วคราวตำแหน่งพนักงานสวนสาธารณะ

จากนั้น ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่ 5 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 แก้ไขปัญหาการปิดกั้นทางเข้าออกสถานีกลางบางซื่อ ถนนเทอดดำริจุดที่ 2 การพัฒนาพื้นที่สวนสุวรรณสุทธารมย์ (วัดทองสุทธาราม) จุดที่ 3 การพัฒนาสวนสาธารณะ สะพานพระราม 7 จุดที่ 4 ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดสร้อยทอง/การจัดการขยะ จุดที่ 5 ตรวจแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณชุมชนวัดสร้อยทอง/วัดอนัมนิกายาราม.




