เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้แคมป์คนงานก่อสร้างชาวเมียนมา ของบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง ริมถนนเลียบคลองเตย ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้เพิงพักซึ่งสร้างด้วยไม้และสังกะสีได้รับความเสียหายประมาณ 6 ห้อง เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากในคืนเกิดเหตุคนงานได้ย้ายไปพักยังแคมป์ก่อสร้างอีกแห่ง เหลือเพียงผู้ดูแลแคมป์อยู่ในพื้นที่
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่พบว่าต้นเพลิงไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่มีผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน เข้ามาบริเวณแคมป์ ก่อนขว้างระเบิดขวดเข้าไปภายใน ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
ล่าสุด ชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ นำโดย ร.ต.อ.ฐานุพงค์ บัวชุม รองสารวัตรสืบสวน หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.มาชา แก้วทอง ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่ พร้อมชุดสืบสวน สามารถติดตามควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้รวม 8 คน เป็นชาย 7 คน และหญิง 1 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นเยาวชน พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน ก่อนเชิญผู้ปกครองมารับทราบข้อเท็จจริงและเข้าร่วมกระบวนการตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้น เยาวชนที่ถูกควบคุมตัวให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุจริง โดยระบุว่าเป็นผู้ประกอบระเบิดขวดขึ้นเอง ใช้ขวดแก้ว เศษผ้า น้ำมันเชื้อเพลิงจากรถจักรยานยนต์ และไฟแช็ก ก่อนขี่รถไปจอดริมถนนแล้วขว้างระเบิดขวดเข้าไปในแคมป์ จากนั้นพากันหลบหนี
ส่วนแรงจูงใจ ผู้ถูกควบคุมตัวอ้างว่าเข้าใจผิดว่าแคมป์ดังกล่าวเป็นที่พักของแรงงานชาวกัมพูชา และมีความไม่พอใจอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งทำไปด้วยความคึกคะนอง โดยบางคนให้การว่าเคยนำก้อนหินและประทัดไปก่อกวนแคมป์ดังกล่าวมาก่อน รวมทั้งศึกษาวิธีทำระเบิดขวดจากสื่อสังคมออนไลน์ แม้จะมีเพื่อนบางคนพยายามห้าม แต่ไม่มีผู้ใดยอมฟัง
พ.ต.ท.ชนาวิน รัตนาวิน รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า จากการสอบถามบริษัทรับเหมาก่อสร้าง พบว่าแคมป์แห่งนี้เคยถูกก่อกวนมาแล้วหลายครั้ง ทั้งการขว้างก้อนหิน ปาประทัด และเคยมีการนำอาวุธมีดไปวางไว้บริเวณทางเข้าแคมป์ จนต้องติดป้ายเตือนผู้ก่อเหตุว่า หากยังมีการก่อกวนอีกจะดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เหตุการณ์ก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งครั้งล่าสุดมีการใช้ระเบิดขวดก่อเหตุจนเกิดเพลิงไหม้สร้างความเสียหาย
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายสำหรับผู้กระทำความผิดที่เป็นเยาวชน และหากผลการดำเนินคดีปรากฏว่าเยาวชนมีความผิด ผู้ปกครองอาจถูกพิจารณาดำเนินการตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป


