สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า สนธิสัญญาทะเลหลวง สามารถมีผลบังคับใช้ใน 120 วัน หลังได้รับสัตยาบันจากประเทศต่าง ๆ 60 ประเทศ ซึ่งนักเคลื่อนไหวหลายคนหวังว่า เป้าหมายดังกล่าวจะบรรลุได้ภายในปี 2568

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของยูเอ็น ซึ่งมีรายการสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เผยให้เห็นว่า ปาเลา ให้สัตยาบันต่อสนธิสัญญาดังกล่าวแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ทะเลหลวง เป็นพื้นที่มหาสมุทรนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของแต่ละประเทศ หรือห่างจากแนวชายฝั่ง 200 ไมล์ทะเล ซึ่งครอบคลุมเกือบครึ่งหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม มันกลับถูกมองข้ามในการหารือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

เครื่องมือสำคัญในสนธิสัญญาฉบับนี้ คือ ความสามารถในการสร้างพื้นที่คุ้มครองทางทะเลในน่านน้ำสากล ซึ่งปัจจุบันมีเพียงประมาณ 1% เท่านั้น ที่ได้รับการคุ้มครองจากมาตรการอนุรักษ์ทุกประเภท

“ผู้นำปาเลา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศ ในการฟื้นฟูคุณภาพของมหาสมุทร เพื่อให้สามารถยังชีพประชาชนหลายพันล้านคนทั่วโลกต่อไป และปกป้องพวกเราจากผลกระทบที่เลวร้ายที่สุด ของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ” นางรีเบ็กกา ฮับบาร์ด จากพันธมิตรทะเลหลวง (เอชเอสเอ) กล่าว

ทั้งนี้ สนธิสัญญาทะเลหลวง มีความสำคัญอย่างยิ่งในการบรรลุเป้าหมายการคุ้มครองพื้นที่ทางบกและทางทะเลของโลก 30% ภายในสิ้นทศวรรษนี้ หรือที่เรียกว่า “เป้าหมาย 30×30”.

เครดิตภาพ : AFP