เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า กรณีที่มีนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะมีกลุ่มหลักๆ นัดหมายรวมตัวกันในวันที่ 26 ก.ย. มีดังนี้ 1.กลุ่มทะลุแก๊ส นัดรวมตัวที่สามเหลี่ยมดินแดง 2.กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายเวลา 16.00 – 19.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลป์แยกปทุมวัน ซึ่งบริเวณดังกล่าวถูกจัดเป็นสถานที่ชุมนุมมาแล้วหลายครั้ง เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตาม บช.น.ขอเตือนว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมหรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรค จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 31 ส.ค. และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ โดยทาง บช.น. จัดเตรียมกำลังตำรวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางโดยรอบพื้นที่ที่จะมีชุมนุม เพราะคาดว่าการชุมนุมจะกระทบการจราจรถนนพระราม 1 และถนนพญาไท โดยประชาชนสามารถใช้ถนนพระราม 4 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนวิทยุ ถนนราชดำริ และถนนกรุงเกษม เป็นเส้นทางเลี่ยงได้

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า จากการชุมนุมในวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ของกลุ่มทะลุฟ้า เวลา 16.00 น. เริ่มรวมตัวกันที่บริเวณแยกยมราช และต่อมาเคลื่อนขบวนมาที่แยกนางเลิ้ง ซึ่งได้มีปิดการจราจร พ่นสีบนถนน ขว้างปาสิ่งของต่างๆ และถุงหรือขวดบรรจุน้ำสีแดงบริเวณแยกนางเลิ้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศแจ้งเตือนให้กลุ่มดังกล่าวยุติการกระทำ ก็ยังคงมีขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัด พลุไฟ ระเบิดต่างๆ ใส่เจ้าหน้าที่เป็นระยะๆ และพยายามรื้อรั้วลวดหนามออก กระทั่งเวลา 18.00 น. ตำรวจจึงต้องเข้าบังคับใช้กฎหมาย จนเวลา 18.30 น. สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยไว้ได้ จับกุมผู้กระทำผิด 15 คน ในจำนวนนี้พบว่า เป็นเยาวชน 4 คน พร้อมยึดรถจยย. 6 คัน และรถยนต์ 1 คัน ดำเนินคดีในข้อหา มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ (ป.อาญา ม.215), เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกแล้วไม่เลิก (ม.216), ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้กระทำผิดที่เป็นเยาวชน ตำรวจ จะออกหมายเรียกผู้ปกครองของเยาวชนดังกล่างมาสอบสวน หากพบว่ายินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้บุตรหลานออกมาก่อความวุ่นวาย จะถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 232 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 843 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 598 คน



