ปีนี้มีการคาดหมายกันว่า ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ จะเป็นเทคโนโลยีที่มาแรง เข้ามามีบทบาทอย่างมากในหลายอุตสาหกรรม หรือเรียกว่าจะเป็น “ยุคเอไอ”
เห็นได้จาก “เอไอ” ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น และยังมีการนำเอไอเข้ามาใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ก กล้องซีซีทีวี เพื่อยกระดับอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น!!
นอกจากนี้องค์กรธุรกิจต่างๆ ยังนำเอไอมาใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรให้เพิ่มมากขึ้นด้วย เช่นในเรื่องช่วยการลดต้นทุน ลดขั้นตอนและระยะเวลาการทำงาน เป็นต้น

แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีเอไอ กับองค์กรธุรกิจ จะมีทิศทางอย่างไร วันนี้มาหาคำตอบจาก “จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ” Head of Employer Branding และที่ปรึกษาอาวุโสทางด้านการสร้างแบรนด์นายจ้าง จาก WorkVenture
บริษัทที่ปรึกษาและผู้นำด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างให้แก่องค์กรชั้นนำในประเทศไทย และเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มค้นหางาน
“จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ” บอกว่า ในปีนี้ เอไอ จะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นในเรื่องของประสบการณ์ภายในขององค์กรที่จะมอบให้กับพนักงาน โดยหลายๆ องค์กรจะมีการนำเอไอมาใช้ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การดูแลพนักงาน และให้บริการกับพนักงานด้วย เอไอ เช่น ระบบอัจฉริยะตอบคำถามหรือให้คำแนะนำแก่พนักงาน การวางแผน เส้นทางอาชีพความก้าวหน้าให้กับพนักงานด้วยระบบ เอไอ
รวมถึงการให้ เอไอ ร่วมดีไซน์กระบวนการทำงาน และลักษณะการทำงานที่ท้าทายและมีคุณค่ากับพนักงานมากยิ่งขึ้น ก็ถือเป็นการสร้างภาพจำใหม่ๆ ในเชิงประสบการณ์ ให้กลายเป็น Internal Branding ที่แข็งแรงได้
นอกจากนี้ เอไอ ยังจะเข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจมากขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ช่วยให้การทำงานของมนุษย์ดีขึ้น เร็วขึ้น และมากขึ้น โดยไม่ได้มาแย่งงานของมนุษย์ทั้งหมด โดยจะเห็นได้ว่ากลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับลูกค้ามากๆ อย่างเช่น ธุรกิจบริการ ธุรกิจโทรคมนาคม จะเห็นโอกาสในการใช้ เอไอ เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า และการให้บริการที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงยังยกระดับภาพลักษณ์ของธุรกิจให้มีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการนำมาใช้ภายในองค์กรเพื่อส่งเสริมประสบการณ์ที่ดีของพนักงานเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การนำเอไอมาใช้ในองค์กรอาจเป็นเรื่องที่ใหม่ และพนักงานทุกคนที่ไม่ได้อยู่ในส่วน “สายงานเทค” อาจยังไม่มีความรู้และพร้อม การพัฒนาทักษะ “อัพสกิล รีสกิล” ก็เป็นสิ่งจำเป็น!!
ในเรื่องนี้ทาง “จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ” มองว่า การนำเอไอ มาใช้ร่วมกับการทำงานภายในองค์กร และการพัฒนาคนในองค์กรให้มีความรู้ทักษะความเชี่ยวชาญในการใช้เอไอมากยิ่งขึ้น ล้วนจะเป็นประสบการณ์เชิงบวก ที่ยกระดับความพึงพอใจของ “ทาเลนท์” (Talen) หรือ คนเก่ง ที่องค์กรให้ความสำคัญกับเรื่องของนวัตกรรม (Innovation) และการเรียนรู้พัฒนา (Learning & Development) ซึ่งเป็นผลดีที่คุ้มค่าในการทำให้ “แบรนด์องค์กร”แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้การลงทุนในเรื่องเหล่านี้ในด้านความคุ้มค่านี้สามารถประเมินในมิติอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายที่ลดลง ผลกำไรที่สูงขึ้น เป็นต้น ตามที่องค์กรได้ตั้งวัตถุประสงค์ไว้ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การให้ความสำคัญในเรื่องนวัตกรรม เทคโนโลยี และการเรียนรู้ นอกจากช่วยสร้างแบรนด์ องค์กรให้แข็งแกร่งแล้ว ยังสามารถใช้ดึงดูด “ทาเลนท์ หรือ คนเก่ง ” ให้สนใจเข้ามาทำงานกับองค์กรได้มากเช่นกัน!?!

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบริษัทต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้นในการสรรหาบุคลากรในตำแหน่งที่เป็นที่ต้องการของตลาด เช่น สายวิศวกรรม สายเทคโนโลยี และการเงิน ฯลฯ เนื่องจากพนักงานระดับ Top Talent มีทางเลือกมากมาย ในการเลือกทำงานกับบริษัทที่น่าสนใจ และให้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้มากกว่า นำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “Talent War” ซึ่งในปีที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ยื่นข้อเสนอสู้ (counter offers) อย่างรุนแรงเพื่อดึงดูดทาเลนท์ ให้อยู่กับองค์กรต่อไป
“องค์กรสามารถดึงดูดและรักษาทาเลนท์ชั้นเยี่ยม ให้ร่วมกันทำงานขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรได้ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าแบรนด์องค์กรในฐานะนายจ้างเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ นอกเหนือจากปัจจัยอื่นๆ อาทิ เช่น ปัจจัยทางด้านการเงิน ผลตอบแทน ปัจจัยทางด้านการตลาด เป็นต้น เพราะคุณภาพของคนในองค์กร คือความสำเร็จของธุรกิจ” “จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ” ระบุ
เมื่อโลกเปลี่ยนเข้าสู่ “ยุค AI” องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในการยกระดับบุคลากรและองค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและความสำเร็จได้มากที่สุด!?!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



