เวียนวนกลับมาโชว์ฝีมือบนเวทีให้แฟนคลับได้หายคิดถึงกันอีกครั้ง สำหรับนักแสดงตัวแม่เจ้าบทบาทอย่าง “นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา” ที่ล่าสุดได้มาร่วมการซ้อมบนเวที พร้อมให้สัมภาษณ์ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นในฐานะนักแสดงละครเวทีเรื่องใหม่ “Once Again อีกสักครั้ง… ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก” ซึ่งงานนี้นอกจากสาวนุ่นจะเปิดใจถึงความตื่นเต้นในการหวนคืนรันเวย์การแสดงแล้ว เจ้าตัวยังได้ออกมาอัปเดตชีวิตคู่และแพลนบั้นปลายชีวิตกับสามีหนุ่ม “ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร” อีกด้วย

โดยสาวนุ่นได้เปิดอกคุยอย่างเป็นกันเองถึงเรื่องที่เคยเกริ่นไว้ว่าอยากจะรีบเกษียณอายุตัวเองจากการทำงาน แต่ล่าสุดจำเป็นต้องเลื่อนแพลนนั้นออกไปก่อนเนื่องจากมีภาระชิ้นใหญ่เข้ามาเติมไฟในการทำงาน โดยเธอเผยว่า “สำหรับแพสชันอะไรที่ทำให้เราขยับเวลาเกษียณเพิ่มขึ้นมา เพราะก่อนหน้านี้เราเคยบอกว่าอยากจะใกล้เกษียณแล้ว แต่ว่าเราต้องขยับออกไป คือซื้อบ้าน เขาบอกว่ามีภาระแล้วเราจะขยัน เพิ่งเข้าใจค่ะ ซื้อไปแล้วด้วยค่ะ ก็มีอสังหาฯ เล็กๆ กับพี่ท็อป แล้วก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องขยันทำงาน ก็เป็นแรงขับเคลื่อนทำงานเยอะขึ้น แต่จริงๆ ก็เยอะเท่าเดิมค่ะ เพียงแต่ว่าใช้เวลากับตอนแรกที่คิดว่ามันจะสบายๆ ก็อาจจะมีเรื่องที่เราต้องจริงจังทำธุรกิจที่มันจริงจังค่ะ

ส่วนการวางแผนชีวิต ก็ว่ามันเป็นเรื่องปกติด้านสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ด้วย เราก็ต้องทำอะไรที่มันมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งก็ยากเหมือนกัน แล้วก็พอเรามีสิ่งที่เราต้องดูแลด้วย มันก็ต้องเพิ่มไป แต่ไม่อยากให้กดดัน ใช่ค่ะ แล้วก็วางแผนเกษียณแก่มาคงอยู่บ้านพักคนชราก็ยังเป็นเรื่องจริง อันนี้มีปรึกษาคุยกันเลยว่าเดี๋ยวคอยดูอีกแป๊บหนึ่ง มันจะต้องมีอสังหาฯ มีโครงการที่จะดูแลคนสูงอายุที่ดีกว่านี้ คือปัจจุบันก็ดีนะ แต่ว่าเชื่อเหอะว่าเดี๋ยวจะมี Wellness ที่มันดูแลคนสูงวัยที่ใจไม่แก่ แล้วก็มีการดูแลสถานพยาบาลที่มันครบเครื่องกว่านี้ ดังนั้นเราก็ดูไปเรื่อยๆ ว่าโครงการไหนเหมาะกับคู่เรา

ก็คิดว่าต้องมีแพลน แต่อาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะใช้เงินเยอะ ก็เลยต้องทำงาน เพราะบอกว่ายิ่ง Wellness ยิ่งดี ค่าบริการดี ค่าครองชีพมันจะสูง คือเราเข้าใจว่าด้วยความนุ่นกับท็อปเราไม่มีลูก แล้วเราก็คิดว่าเราคงไม่ฝากภาระการดูแลตัวเองของเราให้กับใครเลย ดังนั้นเราต้องวางแผนเกษียณให้ดีว่าสุขภาพเป็นยังไง แล้วอสังหาฯ ที่เราซื้อมาเยอะๆ ใครจะดูแล ทำเป็นธุรกิจ Wellness ก็ไม่แน่เนาะ อาจจะเป็นนักธุรกิจท่านหนึ่ง ต่อไปคิดถึง นุ่น ศิรพันธ์ คืออย่างที่บอกค่ะว่าสำหรับนุ่นการแสดงมันเป็นเหมือนงานอดิเรกที่นุ่นรู้สึกว่ามันมีคุณค่ามาก เวลารับ 1 เรื่องคือนุ่นจะอยู่แบบมีความสุขมาก แต่ว่าเราต้องเลี้ยงชีพ เราอยู่บนโลกความจริง
ดังนั้นธุรกิจที่เราทำมันต้องเลี้ยงตัวเองได้ ก็ต้องหาอะไรที่มัน ซึ่งก็ไม่แน่ว่าอาจจะเบนเข็มมาทำเรื่องนี้ ในเมื่อเราจะแก่แล้วทำไมต้องให้คนอื่นสร้าง เดี๋ยวขอไปจดไอเดียก่อนนะ เดือนหนึ่งถามว่าประมาณเท่าไหร่บ้านพักคนชรา อุ๊ย ยุคนี้หลายตังค์อยู่นะ ถ้าเป็นแบบยอดพีระมิดก็หลายแสนต่อเดือน นุ่นว่ามันคงได้คนเฉพาะกลุ่มเหมือนกัน เราก็คงต้องหาอะไรที่เราอยู่ได้ ซึ่งอสังหาฯ เราก็เยอะมากเลยขนาดนั้นเลยเหรอ สาธุค่ะ ก็ตั้งใจทำงานค่ะ ก็ถ้าเกิดสนับสนุนผลงานนะคะ อย่างละครเวทีเรื่องนี้ถ้าสนับสนุนเยอะๆ เราก็จะมีคนจ้างเราเยอะๆ ค่ะ ตัวเล็กตัวน้อย”




