สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ว่า ทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากบรรดาผู้นำในหลายประเทศ หลังเขากล่าวว่า จะไม่ปกป้องสมาชิกนาโต ที่ไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีทางการเงิน ซึ่งนับเป็นการโจมตีอย่างรุนแรง และสุดโต่งต่อองค์การ
การวิจารณ์และการข่มขู่ของทรัมป์ ทำให้ สโตลเทนเบิร์ก เปิดเผยการประมาณการการใช้จ่ายด้านกลาโหมครั้งใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สมาชิกนาโตที่สามารถทำตามเป้าหมาย ใช้จ่ายด้านกลาโหมให้ถึง 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 11 ประเทศ เมื่อปี 2566 เป็น 18 ประเทศ ในปีนี้ แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียดว่า ประเทศใดกำลังบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
NATO Secretary General Jens Stoltenberg has said 18 of the alliance's 31 countries are set to hit its defence spending target this year, after Donald Trump threatened to encourage Russia to attack members that did not spend enoughhttps://t.co/GdiGZotaIp
— RTÉ News (@rtenews) February 14, 2024
แต่ในภาพรวม สโตลเทนเบิร์ก กล่าวว่า พันธมิตรในยุโรป และแคนาดา จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมอีกมากกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 21.7 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่พวกเขากำหนดเป้าหมายไว้ที่ 2% เมื่อ 10 ปีที่แล้ว อีกทั้งแรงกระตุ้นจากปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน เมื่อปี 2565 ยังทำให้การใช้จ่ายด้านกลาโหมในปีที่ผ่านมา ของสมาชิกนาโตในยุโรป และแคนาดา “เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน” มากถึง 11%
นอกจากนี้ สโตลเทนเบิร์ก ได้เน้นย้ำคำเตือนไม่ให้ทรัมป์ “บ่อนทำลาย” หลักประกันความมั่นคงร่วมของนาโต ซึ่งระบุว่า พันธมิตรทั้งหมดจะช่วยปกป้องประเทศสมาชิกใดก็ตามที่ถูกโจมตี
“เราไม่ควรปล่อยให้มีช่องว่างสำหรับการคำนวณผิด หรือการเข้าใจผิดในรัฐบาลมอสโก เกี่ยวกับความพร้อม ความมุ่งมั่น และความตั้งใจของพวกเรา ในการปกป้องพันธมิตร” สโตลเทนเบิร์ก กล่าวเพิ่มเติม
อนึ่ง บรรดานักการทูตจากหลายประเทศในนาโต ยืนกรานว่า การรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐ ยังคงเป็นพื้นฐานในการยับยั้งภัยคุกคามจากรัสเซีย แต่พวกเขาก็รู้สึกไม่สบายใจ เกี่ยวกับคำขู่ของทรัมป์เช่นกัน.
เครดิตภาพ : AFP



