สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ว่า ทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากบรรดาผู้นำในหลายประเทศ หลังเขากล่าวว่า จะไม่ปกป้องสมาชิกนาโต ที่ไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีทางการเงิน ซึ่งนับเป็นการโจมตีอย่างรุนแรง และสุดโต่งต่อองค์การ

การวิจารณ์และการข่มขู่ของทรัมป์ ทำให้ สโตลเทนเบิร์ก เปิดเผยการประมาณการการใช้จ่ายด้านกลาโหมครั้งใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สมาชิกนาโตที่สามารถทำตามเป้าหมาย ใช้จ่ายด้านกลาโหมให้ถึง 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 11 ประเทศ เมื่อปี 2566 เป็น 18 ประเทศ ในปีนี้ แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียดว่า ประเทศใดกำลังบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

แต่ในภาพรวม สโตลเทนเบิร์ก กล่าวว่า พันธมิตรในยุโรป และแคนาดา จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมอีกมากกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 21.7 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่พวกเขากำหนดเป้าหมายไว้ที่ 2% เมื่อ 10 ปีที่แล้ว อีกทั้งแรงกระตุ้นจากปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน เมื่อปี 2565 ยังทำให้การใช้จ่ายด้านกลาโหมในปีที่ผ่านมา ของสมาชิกนาโตในยุโรป และแคนาดา “เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน” มากถึง 11%

นอกจากนี้ สโตลเทนเบิร์ก ได้เน้นย้ำคำเตือนไม่ให้ทรัมป์ “บ่อนทำลาย” หลักประกันความมั่นคงร่วมของนาโต ซึ่งระบุว่า พันธมิตรทั้งหมดจะช่วยปกป้องประเทศสมาชิกใดก็ตามที่ถูกโจมตี

“เราไม่ควรปล่อยให้มีช่องว่างสำหรับการคำนวณผิด หรือการเข้าใจผิดในรัฐบาลมอสโก เกี่ยวกับความพร้อม ความมุ่งมั่น และความตั้งใจของพวกเรา ในการปกป้องพันธมิตร” สโตลเทนเบิร์ก กล่าวเพิ่มเติม

อนึ่ง บรรดานักการทูตจากหลายประเทศในนาโต ยืนกรานว่า การรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐ ยังคงเป็นพื้นฐานในการยับยั้งภัยคุกคามจากรัสเซีย แต่พวกเขาก็รู้สึกไม่สบายใจ เกี่ยวกับคำขู่ของทรัมป์เช่นกัน.

เครดิตภาพ : AFP