ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ประกาศผลการดำเนินงาน ปี 2566 ทำกำไรสุทธิ 999 ล้านบาท จากแผนดำเนินการที่ชัดเจน และการสร้างองค์กรให้แข็งแรงเพื่อให้เป็นฐานรากที่มั่นคงที่ช่วยเสริมให้ธุรกิจเติบโตและยั่งยืนตลอดไป ซึ่ง GC ถือเป็นองค์กรลำดับต้นๆที่ทำกระบวนการภายในให้ดีขึ้นต่อเนื่องมา 4-5 ปีแล้ว ปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย ช่วยกันประหยัดพลังงานและเพิ่ม Value ของผลิตภัณฑ์ ลดค่าใช้จ่าย แต่ช่วยเพิ่มกำไรได้อีกปีนี้ ยิ่งในสภาวะและเศรษฐกิจและปิโตรเคมีที่ยังไม่แข็งแรง เราก็ทำตัวเองให้แข็งแรง
ดร.คงกระพัน กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงาน ปี2567 ดำเนินกลยุทธ์เข้มข้นอย่างต่อเนื่อง สร้างรากฐานแข็งแกร่ง ในวันที่เศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว ต่อยอดธุรกิจ Low Carbon สร้างความแตกต่างและผลตอบแทนทางธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero พร้อมชวนทุกคนมาเป็น “GEN S..Generation Sustainability คนเจนใหม่หัวใจยั่งยืน” สร้างแรงกระเพื่อมการใช้ชีวิตแบบ Net Zero Lifestyles ร่วมขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้ดีกว่าเดิมและยั่งยืนไปด้วยกัน โดยGC กำหนดทิศทางและทบทวนกลยุทธ์ 3 Steps Plus : Step Change, Step Out, Step Up ที่ดำเนินมาอย่างถูกทางแล้ว ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น และปรับให้สอดคล้องกับ Industry Landscape ที่เปลี่ยนแปลงไป คือ
Step Change: สร้างรากฐานแข็งแกร่ง ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่าย และ การพัฒนาความร่วมมือในมิติต่างๆ รวมถึงมุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจที่เน้นตลาด (Market-Focused Business) โดยการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Products: HVP) มีเป้าหมาย 56% ในปี 2571 และผลิตภัณฑ์นวัตกรรม
Step Out: แสวงหาโอกาสใหม่เพื่อสร้างการเติบโต และดูแลด้านต้นทุนของ allnex พร้อมขยายตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเเละผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (Bio & Circularity) มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์รีไซเคิล รวมถึง Bio-Refinery โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้สามารถนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องต่างๆ ได้มากมาย ทั้งในอุตสาหกรรมสุขอนามัยส่วนบุคคล อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ฯลฯ
Step Up: สร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ โดยดำเนินงานด้าน Decarbonization ให้เป็นไปตามเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 รวมถึงมุ่งมั่นรักษาความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการต่อยอดแนวคิด “ดีขึ้นเพื่อคุณ ดีขึ้นเพื่อโลก” ชวนทุกคนมาเป็น “GEN S..Generation Sustainability คนเจนใหม่หัวใจยั่งยืน” สร้างแรงกระเพื่อมการใช้ชีวิตแบบ Net Zero Lifestyles ร่วมกู้จากภาวะโลกเดือด ด้วยหลากหลายไอเดียการใช้ชีวิตเพื่อโลกยั่งยืน

ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2566 GC มีรายได้จากการขายรวม 616,635 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 9 จากราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมีปรับลดลงในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิรวม 999 ล้านบาท (0.22 บาท/หุ้น) ผ่านการดำเนินงาน การพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง กับโครงการ MAX, dEX, MTPi, FiT และการลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มเติมจากที่ควบคุมในแผนงบประมาณ (OPEX Saving) ซึ่งช่วยเพิ่มผลกำไร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6,900 ล้านบาท
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2566 GC ใช้กลยุทธ์ 3 Steps Plus: Step Change, Step Out และ Step Up ; คือ
Step Change: ยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
Step Out: แสวงหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ในต่างประเทศ เพื่อก้าวสู่บริษัทระดับโลก และตอบโจทย์ธุรกิจ Low Carbon
Step Up: รักษาความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก
ทั้งนี้ GC มีความก้าวหน้าตามแผน ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืนและการดำเนินงานด้าน Decarbonization ตามเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 เพื่อมุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon)
นอกจากนี้ในปี 2566 GC ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับสากล จากการได้รับรางวัลต่างๆ ตอกย้ำความมุ่งมั่นทุ่มเทดำเนินการด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล ด้วยการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงดุลยภาพของสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance & Economic) (ESG) ส่งผลให้เกิดผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์
#GenS #GenSStandforSustainability #GenSGenerateNetZeroLifestyles #คนเจนใหม่หัวใจยั่งยืน
#GCChemistryforBetterLiving



