สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า เรือประมงที่มีชาวจีน 4 คน พลิกคว่ำหลังเจ้าหน้าที่ยามฝั่งของไต้หวันไล่ตามอย่างกระชั้นชิด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้รอดชีวิตสองคน โดยทั้งคู่ยังคงถูกควบคุมตัวในเกาะจินเหมิน อาณาเขตของไต้หวัน อยู่ห่างจากเมืองเซี่ยเหมิน เมืองใหญ่ที่สุดของมณฑลฝูเจี้ยนในจีน ประมาณ 5 กิโลเมตร

ในเวลาต่อมา ไต้หวันแก้ต่างการกระทำของตัวเองว่า เรือประมงของจีนเป็นฝ่ายรุกล้ำเข้ามาในเขตน่านน้ำต้องห้าม ขณะที่ทางการจีนระบุว่า จะยกระดับ “ปฏิบัติการลาดตระเวนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย” ในพื้นที่ข้างต้น กระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หน่วยยามชายฝั่งของรัฐบาลไทเป ประกาศว่า เรือยามฝั่งของจีน 2 ลำ เข้าใกล้เรือสำราญของไต้หวันลำหนึ่ง

“เจ้าหน้าที่หน่วยยามชายฝั่งของจีนแผ่นดินใหญ่ 6 คน ขึ้นเรือสำราญลำดังกล่าว ซึ่งหลังจากการตรวจสอบแผนการเดินทางของเรือ, ใบรับรองของเรือ, ใบอนุญาตของกัปตันและลูกเรือ รวมถึงลายเซ็นของกัปตัน พวกเขาก็ลงจากเรือไป” หน่วยยามชายฝั่งของรัฐบาลไทเป ระบุในแถลงการณ์

หลังจากนั้นไม่นาน หน่วยยามฝั่งของรัฐบาลไทเป ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังเรือสำราญ ที่มีลูกเรือ 11 คน และผู้โดยสาร 23 คน ซึ่งพวกเขาร่วมเดินทางกลับไปยังท่าเรือสุ่ยโถว ในเกาะจินเหมิน พร้อมกับเรียกร้องให้จีน “รักษาสันติภาพและความมีเหตุผล”

ด้านสำนักงานกิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน ซึ่งจัดการประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับรัฐบาลปักกิ่ง ประกาศว่า ครอบครัวของลูกเรือชาวจีนในเหตุเรือล่ม ที่ถูกควบคุมตัว คาดว่าจะเดินทางมาถึงเกาะจินเหมิน ในวันนี้ (20 ก.พ.)

ขณะที่มูลนิธิเพื่อการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างช่องแคบไต้หวัน (เอสอีเอฟ) ยืนยันว่า จะมอบการดูแลด้านมนุษยธรรม และช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียหาย ในการจัดการกับผลที่ตามมา.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES