สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ว่า รายงานโดยศูนย์วิจัยอาวุธยุทโธปกรณ์ในความขัดแย้ง (ซีเออาร์) ระบุว่า เกาหลีเหนือยังคงสามารถเข้าถึงส่วนประกอบที่ผลิตโดยบริษัทของตะวันตก เพื่อการผลิตและพัฒนาอาวุธของตัวเอง ทั้งที่กำลังเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนัก และอาวุธที่เกาหลีเหนือผลิตโดยใช้ส่วนประกอบของตะวันตก กำลังเป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งรัสเซียใช้สู้รบกับยูเครน


ทั้งนี้ ผลการศึกษาของซีเออาร์ อ้างอิงจากการตรวจสอบขีปนาวุธนำวิถีลูกหนึ่งของเกาหลีเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของยูเครนเก็บกู้ได้ ในเมืองคาร์คิฟ เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2567 ปรากฏว่า มีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 290 รายการ ที่ไม่ได้ผลิตในเกาหลีเหนือ จากจำนวนดังกล่าว 75% ผลิตโดยบริษัทในสหรัฐ อีก 16% ผลิตโดยบริษัทในทวีปยุโรป และอีก 9% มาจากบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในประเทศแห่งอื่น


ขณะเดียวกัน มากกว่า 75% ของชิ้นส่วนขีปนาวุธเกาหลีเหนือที่มาจากต่างประเทศนั้น ผลิตระหว่างปี 2564-2566 และเมื่อวิเคราะห์ร่วมกับองค์ประกอบอื่น รวมถึงวันที่ผลิตซึ่งมีการระบุชัดเจนบนชิ้นส่วนทุกชิ้น ซีเออาร์จึงได้ข้อสรุปว่า ขีปนาวุธลูกนี้น่าจะประกอบหลังเดือน มี.ค. 2566


ด้านทุกฝ่ายที่ถูกพาดพิงในรายงานของซีเออาร์ ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ขณะที่จนถึงตอนนี้ สหรัฐยังคงกล่าวว่า เกาหลีเหนือมอบความสนับสนุนด้านอาวุธให้แก่รัสเซีย แต่ทั้งสองประเทศยังคงยืนกรานปฏิเสธ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES