สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่า สถานการณ์การขาดแคลนกระแสไฟฟ้ากำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ในภูมิภาคทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมหนัก โดยเมืองใหญ่หลายแห่งในพื้นที่ รวมถึงเมืองต้าเหลียนและเมืองเสิ่นหยาง ต้องใช้วิธีปันส่วนกระแสไฟฟ้า ซึ่งหมายความว่า ต้องมีการดับไฟสลับกันไป ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสายงานการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ รวมถึง เทสลา และแอปเปิล
The world’s second-biggest economy is caught in the grips of a widening power shortage that’s threatening to stymie growth and further tangle already snarled global supply chains https://t.co/FMQOyPlkhY
— Bloomberg Asia (@BloombergAsia) September 28, 2021
ขณะที่ นายหาน จวิ้น ผู้ว่าการมณฑลจี๋หลิน ซึ่งมีประชากรประมาณ 25 ล้านคน เรียกร้อง "การจัดตั้งกลไกพหุภาคี" เพื่อการันตีว่า จีนจะมีถ่านหินเพียงพอใข้ผลิตกระแสไฟฟ้า และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในพื้นที่ให้เดินหน้าต่อไป โดยเสนอให้มีการนำเข้าถ่านหิน และอาจรวมถึงก๊าซธรรมชาติด้วย จากรัสเซีย มองโกเลีย และอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากการที่รัฐบาลกลางในกรุงปักกิ่ง เร่งบังคับใช้นโยบายเชิงรุก เพื่อควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากถ่านหิน ตามการให้คำมั่นสัญญากับสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ส่งผลให้อุปทานถ่านหินตึงตัวอย่างหนัก และกระทบเป็นลูกโซ่ต่อกิจกรรมด้านอุตสาหกรรมในประเทศ
President Xi Jinping has declared that China would stop building new energy projects abroad that use coal. The announcement at the U.N. General Assembly could affect 44 coal plants earmarked for Chinese state financing, totalling $50 billion https://t.co/0AJ211UhAU pic.twitter.com/JUaaXCOYv1
— Reuters (@Reuters) September 23, 2021
ด้านการไฟฟ้าแห่งชาติของจีนออกรายงานว่า โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินทุกแห่งในประเทศกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถ ในการเพิ่มกำลังการผลิต แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยและการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
รายงานโดยโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า 44% ของกิจกรรมด้านอุตสาหกรรมในจีน ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์นี้ ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) หดตัวอย่างน้อย 1% ในไตรมาสที่สาม และจะหดตัวอีก 2% ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยโกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของจีพีจีนในปีนี้ จากเดิม 8.2% ลงมาอยู่ที่ 7.8%.
เครดิตภาพ : AP



