นายฌอน คิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ ทาดา (TADA) แพลตฟอร์มเรียกรถจากสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ได้เปิดให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถในชื่อ ทาดา อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยเป็นประเทศที่ 4 ในภูมิภาคอาเซียนต่อจาก สิงคโปร์ กัมพูชา เวียดนาม โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มเรียกรถ ที่มีค่าธรรมเนียมและค่าโดยสารที่เป็นธรรมกับผู้โดยสาร คนขับ และมีส่วนช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมเรียกบริการรถผ่านแพลตฟอร์มในไทยให้เติบโตมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในสิงคโปร์แล้ว
“ด้วยแพลตฟอร์มที่มีจุดเด่นที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมกับคนขับ ขณะที่ผู้โดยสารจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มจากค่าโดยสาร 20 ต่อเที่ยว ขณะที่อัตราค่าโดยสารก็เป็นไปตามข้อกำหนดโครงสร้างของกรมการขนส่งทางบก ทำให้ผู้ใช้บริการจะเสียค่าโดยสารไม่แพง ขณะที่คู่แข่งมีการคิดค่าธรรมเนียมจากค่าโดยสารด้วย จึงมั่นใจว่าจะสามารถประสบความสำเร็จในตลาดไทยได้ โดยถือว่าตลาดแพลตฟอร์มเรียกรถของไทยเป็นตลาดที่ใหญ่และมีความสำคัญติดท็อป 5 ในภูมิภาคนี้”

นายฌอน กล่าวต่อว่า การให้บริการในไทยได้เริ่มทดลองระบบมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว โดยจะเริ่มให้บริการในพื้นที่ กทม.ก่อน ด้วยรถในระบบจำนวน 15,000 คัน เป็นรถแท็กซี่มากกว่า 60% โดยร่วมกับ บริษัท โฮวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และจะขยายไปยังพื้นที่ปริมณฑลและต่างจังหวัดในปีนี้ รวมถึงจะขยายการให้บริการไปยังการเรียกรถประเภทอื่นๆ เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ฯลฯ คาดหมายว่าจะสามารถเริ่มทำกำไรในประเทศไทยได้ใน 3-4 ปี ต่อจากนี้ เหมือนในสิงคโปร์ที่เริ่มรับรู้กำไรในการให้บริการปีที่ 5
“บริษัทตั้งใจเข้ามาทำธุรกิจในไทยอย่างยั่งยืน ที่เข้ามาในตลาดช้ากว่าเจ้าอื่นๆ เพราะต้องการรอได้รับใบอนุญาตจากภาครัฐ คือ กรมการขนส่งทางบก ก่อน ถึงจะเปิดตัวเป็นทางการ โดยบริษัทมีสำนักงานในไทย และมีพนักงานกว่า 30 คน และในอนาคตจะขยายความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์รายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยทาดา เป็นส่วนหนึ่งของ เอ็มวีแอลแล็ป กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีบล็อกเชน และยังได้พัฒนารถไฟฟ้า ออนเนียม ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี กรุ๊ป ของไทยด้วย”



