สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ว่า สมาชิกสภาภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย ในมอลโดวา มีมติเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรียกร้องรัฐสภาของรัสเซีย “มอบความปกป้องคุ้มครอง” ให้แก่ทรานส์นีสเตรีย “จากการกดดันทางเศรษฐกิจ” ของรัฐบาลมอลโดวา ที่กีดกันการนำเข้าสินค้าของภูมิภาค เพื่อพยายามทำให้ทรานส์นีสเตรีย “กลายเป็นขุมขนแออัด” พร้อมทั้งเรียกร้องประชาคมโลก “ให้ความสำคัญ” กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้านรัฐบาลมอลโดวาออกแถลงการณ์ประณามมติดังกล่าว ว่า “โฆษณาชวนเชื่อของขบวนการแบ่งแยกดินแดน” และยืนยันว่า ภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย ได้รับผลประโยชน์ร่วมกันมาตลอด จากนโยบายเพื่อสันติภาพ ความมั่นคง และการบูรณาการทางเศรษฐกิจของทางการมอลโดวา เพื่อให้สอดคล้องกับการเตรียมเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู)
President of Transnistria Vadim Krasnoselsky: The media of foreign countries tried to “scare people, silence them” and disrupt the meeting of the Congress of Deputies (at which the unrecognized republic turned to Russia for help). pic.twitter.com/tCQZs6emIL
— Sputnik (@SputnikInt) February 28, 2024
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ ยืนยันความสนับสนุนต่อ “อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน” ของมอลโดวา และเรียกร้องรัฐบาลมอลโดวาและคณะผู้ปกครองภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย หารือเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ ส่วนประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า รัสเซียกำลังพยายามทำลายเสถียรภาพของภูมิภาค
❗️ Ukraine's western neighbour asks Russia for "protection"
— Sputnik (@SputnikInt) February 28, 2024
Transnistria (The Pridnestrovian Moldavian Republic) turned to Russia for help in connection with Moldova's economic blockade: an official declaration was adopted by the republic's Congress of Deputies.
Find out… pic.twitter.com/WEJogoUaq3
อนึ่ง ภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย ประกาศแยกตัวเองออกจากมอลโดวา เมื่อปี 2533 หรือ 1 ปีก่อนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต คณะผู้ปกครองภูมิภาคให้เหตุผลในเวลานั้นว่า มีความกังวลต่อการที่มอลโดวาอาจรวมชาติกับโรมาเนีย เนื่องจากมีความใกล้เคียงกันมากทั้งในทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม ทั้งนี้ กองทัพมอลโดวาและกองกำลังของภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย เคยสู้รบกันครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2535 แต่หลังจากนั้น รัสเซียส่งทหารรักษาสันติภาพเข้าไปประจำการในพื้นที่.
เครดิตภาพ : AFP



