สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ว่า สมาชิกสภาภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย ในมอลโดวา มีมติเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรียกร้องรัฐสภาของรัสเซีย “มอบความปกป้องคุ้มครอง” ให้แก่ทรานส์นีสเตรีย “จากการกดดันทางเศรษฐกิจ” ของรัฐบาลมอลโดวา ที่กีดกันการนำเข้าสินค้าของภูมิภาค เพื่อพยายามทำให้ทรานส์นีสเตรีย “กลายเป็นขุมขนแออัด” พร้อมทั้งเรียกร้องประชาคมโลก “ให้ความสำคัญ” กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น


ด้านรัฐบาลมอลโดวาออกแถลงการณ์ประณามมติดังกล่าว ว่า “โฆษณาชวนเชื่อของขบวนการแบ่งแยกดินแดน” และยืนยันว่า ภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย ได้รับผลประโยชน์ร่วมกันมาตลอด จากนโยบายเพื่อสันติภาพ ความมั่นคง และการบูรณาการทางเศรษฐกิจของทางการมอลโดวา เพื่อให้สอดคล้องกับการเตรียมเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู)


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ ยืนยันความสนับสนุนต่อ “อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน” ของมอลโดวา และเรียกร้องรัฐบาลมอลโดวาและคณะผู้ปกครองภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย หารือเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ ส่วนประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า รัสเซียกำลังพยายามทำลายเสถียรภาพของภูมิภาค


อนึ่ง ภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย ประกาศแยกตัวเองออกจากมอลโดวา เมื่อปี 2533 หรือ 1 ปีก่อนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต คณะผู้ปกครองภูมิภาคให้เหตุผลในเวลานั้นว่า มีความกังวลต่อการที่มอลโดวาอาจรวมชาติกับโรมาเนีย เนื่องจากมีความใกล้เคียงกันมากทั้งในทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม ทั้งนี้ กองทัพมอลโดวาและกองกำลังของภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย เคยสู้รบกันครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2535 แต่หลังจากนั้น รัสเซียส่งทหารรักษาสันติภาพเข้าไปประจำการในพื้นที่.

เครดิตภาพ : AFP