สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองกวางตุ้ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ว่านางเจเน็ต เยลเลน รมว.กระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวระหว่างการเยือนเมืองกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าอุตสาหกรรมกรรมของจีน “มีผลผลิตล้นเกิน” เนื่องจากมาตรการอุดหนุนและทุ่มตลาดของภาครัฐ ส่งผลต่อศักยภาพของผู้ผลิตในสหรัฐ

ทั้งนี้ เยลเลนพุ่งเป้าไปที่แผงพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ยานยนต์ไฟฟ้า ( อีวี ) และแบตเตอรี่ พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า การที่มีผลผลิตมากเกินไป นอกเหนือจากจะเกินความต้องการของตลาดแล้ว ยังส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาด ในการรองรับสินค้าที่มีมากเกินไป ซึ่งจะกระทบต่อเนื่องไปยังกลไกห่วงโซ่อุปทาน และความยืดหยุ่นของตลาด

นายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน พบหารือกับนางเจเน็ต เยลเลน รมว.คลังสหรัฐ ณ เรือนรับรองที่เมืองกว่างโจว ในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน

เยลเลนยืนยันว่า ความวิตกกังวลดังกล่าว “ไม่ใช่การแพร่ขยายแนวคิดต่อต้านจีน” แต่เป็นความพยายามของสหรัฐ ในการบรรเทาความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจโลก ที่จะเป็นผลจากการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลปักกิ่ง และเน้นย้ำว่า เศรษฐกิจของสหรัฐและจีน “ไม่อาจแบ่งแยกออกจากกันได้”

หลังจากนั้น เยลเลนเข้าพบและหารือกับ นายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลปักกิ่งกล่าวว่า จีนจะ “ตอบสนองตามความเหมาะสมต่อความวิตกกังวลหลัก ในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับจีน”

การเยือนจีนของเยลเลนเกิดขึ้น หลังคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ประกาศเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ตรวจสอบมาตรการอุดหนุนตลาดอีวีของจีน โดยรัฐบาลปักกิ่งประณามฝ่ายตะวันตก “กีดกันทางการค้า” และทำให้เศรษฐกิจระหว่างประเทศ “เป็นเรื่องการเมือง”.

เครดิตภาพ : AFP