สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน พบกับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
Chinese President Xi Jinping met with visiting Russian Foreign Minister Sergey Lavrov in Beijing on Tuesday, to discuss relations between their two countries and other issues of common concern.https://t.co/lBHv60wprZ pic.twitter.com/lW0JsZAXh4
— CCTV+ (@CCTV_Plus) April 9, 2024
ทั้งนี้ สีกล่าวในช่วงหนึ่งของการพบหารือ ว่าจีน “ให้ความสำคัญอย่างมาก” กับการคงไว้ และการยกระดับความร่วมมือกับรัสเซีย โดยจีนพร้อมขยายขอบเขตความร่วมมือกับรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นในระดับทวิภาคี หรือระดับพหุภาคีตามกรอบความร่วมมือทางยุทธศาสตร์
ขณะที่ลาฟรอฟกล่าวกับผู้นำจีน ขอบคุณความสนับสนุนจากจีน และยกย่องความสำเร็จของจีน ภายใต้การนำของสี ตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา

อนึ่ง ก่อนเข้าพบสี ลาฟรอฟหารือกับนายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน ซึ่งหวังกล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งพร้อมสนับสนุน “การพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพ” ของรัสเซีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และทั้งสองประเทศจะเดินหน้าส่งเสริม และขยายขอบเขตความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นระดับทวิภาคีหรือบนเวทีระหว่างประเทศ
ด้านลาฟรอฟขอบคุณ “ความสนับสนุน” จากจีน ซึ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่ปูตินได้รับชัยชนะ ในการเลือกตั้งผู้นำรัสเซีย เมื่อกลางเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงการที่สีเป็นหนึ่งในผู้นำโลกคนแรก ที่ส่งสาส์นแสดงความยินดีกับปูติน
Chinese Foreign Minister Wang Yi held talks with Minister of Foreign Affairs of the Russian Federation Sergey Lavrov in Beijing Tuesday, and both sides expressed hope for strengthening practical cooperation in various fields. More updates: https://t.co/gw98R8p4F7 pic.twitter.com/ZopQqfyknS
— China Xinhua News (@XHNews) April 9, 2024
นอกจากนี้ หวังกล่าวว่า รัสเซียและจีน “ยืนหยัดและยึดมั่นร่วมกัน บนเส้นทางที่ถูกต้องโดยหลักการ” ทั้งสองประเทศสนับสนุนความก้าวหน้าที่ต่อยอดจากประวัติศาสตร์ บนพื้นฐานของความยุติธรรมและความเท่าเทียม รัสเซียและจีนคัดค้านการใช้อำนาจบาตรใหญ่ ความเป็นเผด็จการ และการข่มขู่คุกคาม
อีกด้านหนึ่ง นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดสงครามในยูเครนจนถึงตอนนี้ รัฐบาลปักกิ่งยังคงมอบความสนับสนุนให้แก่อุตสาหกรรมทางทหารของรัสเซีย.
เครดิตภาพ : AFP



