สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวของฟ็อกซ์นิวส์ ย้อนถึงการที่สหรัฐเข้าไปทำสงครามในอิรัก ว่าไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก
ทรัมป์กล่าวว่า อันที่จริงสหรัฐไม่ควรเข้าไปทำสงครามในอิหร่านเหมือนกัน แต่สถานการณ์ของอิหร่านแตกต่างกับอิรักตรงที่ว่า อิหร่านมีศักยภาพที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งหากสหรัฐไม่โจมตีอิหร่านก่อน “ป่านนี้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไปนานแล้ว” และ “อาจไม่มีอิสราเอล และไม่มีตะวันออกกลางเหลืออยู่”
"We're close to a very good deal," says @POTUS on Iran.
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) May 31, 2026
"If you're going to be in a hurry, you're not going to make a good deal, and slowly but surely, we're getting, I think, what we want — and if we don't get what we want, we're going to end it a different way." pic.twitter.com/im25AAsxll
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังคงเชื่อมั่นว่า สหรัฐจะสามารถบรรลุ “ข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่” กับอิหร่าน แต่หากไม่สำเร็จ “เราก็แค่กลับไปและปิดฉากด้วยวิธีทางทหาร” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า อยากทำข้อตกลงกับอีกฝ่ายมากกว่า “เพื่อรักษาชีวิตผู้คนจำนวนมาก” และยืนยันว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดได้ทันที เมื่อมีการลงนามในข้อตกลง
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังอ้างว่า สหรัฐจงใจหลีกเลี่ยงการโจมตีกองทัพอิหร่านโดยตรง เนื่องจากเชื่อว่า ฝ่ายทหาร “มีความเป็นสายกลาง” มากกว่าฝ่ายบริหารที่เป็นพลเรือน
"We’ve actually left their military alone — people would be surprised to hear that."
— Fox News (@FoxNews) May 31, 2026
President Trump says Iran's military hasn't been hit as aggressively because it's "somewhat moderate" compared to other elements of the regime.
He argues that wiping out "everybody" could cause… pic.twitter.com/gG84lDSrlD
แม้การเจรจาจะใช้เวลานานมาก แต่ทรัมป์ยืนยันว่า “ไม่รีบ” และยืนยันว่า สหรัฐกำลังได้ในสิ่งที่ต้องการในระดับที่ “ช้าแต่ชัวร์” และเรียกผู้นำของอิหร่านว่าเป็น “พวกเขี้ยวลากดิน”.
เครดิตภาพ : REUTERS



