สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ว่า บริษัทเมรัลโก ผู้จำหน่ายไฟฟ้าชั้นนำของฟิลิปปินส์ ได้ขึ้นราคาค่าไฟฟ้า 10% นับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น ในปลายเดือน ก.พ. โดยในปัจจุบัน ครัวเรือนโดยเฉลี่ยใช้จ่ายประมาณ 12% ของรายได้ต่อเดือนไปกับค่าไฟฟ้า

ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการอุดหนุนค่าไฟฟ้าน้อยมาก และราคาค่าไฟฟ้าในครัวเรือนก็สูงที่สุดในภูมิภาค รองจากสิงคโปร์ แต่กำลังซื้อเฉลี่ยของประชาชนในสิงคโปร์สูงกว่าเกือบ 13 เท่า

นายเอเดรียน ซาบาเทรา วิศวกรซอฟต์แวร์วัย 39 ปี คิดจะติดตั้งโซลาร์เซลล์มาหลายปีแล้ว แต่มันมีราคาแพงเกินไป ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจเพราะราคาไฟฟ้ายังคงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุด เขาตัดสินใจติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านในกรุงมะนิลา ที่เขาอาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ อีก 3 คน ด้วยงบประมาณ 570,000 ฟิลิปปินส์เปโซ (ราว 310,087 บาท)

กระแสความนิยมติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา ส่งผลให้มีการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์มูลค่า 407 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,569 ล้านบาท) ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. โดยเพิ่มขึ้น 145% จากปีที่แล้ว ตามข้อมูลการค้าจากจีน ซึ่งเป็นผู้จัดหาแผงโซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่ของโลก โดยในเดือน พ.ค. การส่งออกไปยังฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 3

นายเจสัน ปอร์ซิอุนคูลา ผู้ประกอบการในกรุงมะนิลา ติดตั้งระบบ 12 กิโลวัตต์ พร้อมระบบจัดเก็บแบตเตอรี่ในเดือน ม.ค. ซึ่งเมื่อราคาไฟฟ้าพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือน พ.ค. ค่าไฟรายเดือนของเขาลดลงเหลือเพียง 1 ใน 5 ของ 21,000 ฟิลิปปินส์เปโซ (ราว 11,436 บาท) เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลมะนิลาให้สินเชื่อสำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์สูงสุด 500,000 ฟิลิปปินส์เปโซ (ราว 272,287 บาท) ในอัตราดอกเบี้ย 5% ซึ่งต่ำกว่าอัตราตลาด แต่ไม่รวมพนักงานในภาคเอกชน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS