เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. เสาชิงช้า เขตพระนคร นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกทม. กล่าวเปิดการพัฒนาความรู้ผู้สอนการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการพัฒนาบุคลากรต้นแบบ พัฒนาศักยภาพบุคลากร กทม. โดยเฉพาะครู บุคลากรทางการศึกษา หรือบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขรวม 950 คน

ให้มีความรู้ในเรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) โดยนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดขยายผลต่อไปยังกลุ่มบุคคลอื่นๆ ได้ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินการเผยแพร่ความรู้ในเรื่องดังกล่าวสำเร็จลุล่วงได้ง่ายโดยใช้ระยะเวลาอันสั้น

ซึ่งการพัฒนาศักยภาพบุคลากร กทม.ให้มีความรู้ด้านการแพทย์ฉุกเฉินในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานบุคลากร ให้ขยายผลกว้างออกไปยังหน่วยงานอื่นๆ ได้ นอกจากนี้เมื่อการอบรมครั้งนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ผู้เข้าอบรมจะนำความรู้ที่ได้รับไปทบทวนเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง และนำความรู้ที่ได้รับนั้นไปช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงประโยชน์ของโครงการฯ อีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ สำนักการแพทย์ โดยศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มพูนความรู้ และพัฒนาศักยภาพในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้น ให้แก่บุคลากรสังกัดกรุงเทพมหานคร จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาความรู้ผู้สอนการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่อง AED เพื่อฝึกทักษะการปฏิบัติที่ถูกต้อง ในเรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน โดยการปั๊มหัวใจด้วยวิธีการกดหน้าอก และการใช้เครื่อง AED

โดยจะเน้นการฝึกปฏิบัติแบบเสมือนจริงตามแนวคิดในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในเรื่อง Public AED ซึ่งจะทำให้ผู้เจ็บป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นได้รับความช่วยเหลือที่ถูกต้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ถือเป็นการปฏิรูปการเรียนการสอนและสร้างบุคลากรต้นแบบให้สามารถนําความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนหรือประชาชนทั่วไปได้อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ ปัจจุบันพบผู้ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือตามที่สาธารณะต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และผู้ป่วยประมาณครึ่งหนึ่งเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ได้รับการช่วยเหลือโดยการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) อย่างถูกต้องเหมาะสมและทันท่วงที ซึ่งในประเทศที่มีการพัฒนาทางการแพทย์ฉุกเฉินที่ก้าวหน้าแล้ว จะมีการรณรงค์ให้ประชาชนผู้พบเหตุการณ์ สามารถนําเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ไปช่วยเหลือผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ ให้รอดพ้นจากการเสียชีวิต สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

สำหรับในประเทศไทยนั้น หลายหน่วยงานรวมถึงสำนักการแพทย์ ได้นําเครื่องช่วยกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ ไปติดตั้งในที่สาธารณะต่างๆ เช่น สนามบิน สวนสาธารณะ สถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่ง และส่วนราชการต่างๆ เป็นต้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถนําเครื่อง AED ไปใช้ในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น.



