เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่บริเวณท่าน้ำหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านความปลอดภัย พร้อมด้วย นาวาโทรัชตะ ผกาฟุ้ง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา นายนาวิล คงดี นายกสมาคมอยุธยารวมใจ ร่วมกันประชุมวางแผนการปฏิบัติการ โดยการนำโมเดลของเรือยนต์ลากจูงที่จมน้ำ มาประเมินสถานการณ์ในการกู้ซากเรือ หลังจากที่มีการพบศพ นายสมชาย ธารกุล คนขับเรือ ลอยอยู่ที่ท่าน้ำศิริราช กทม. ช่วงเช้าที่ผ่านมา

ภายหลังจากการประชุมเสร็จ ได้จัดกำลังนักประดาน้ำ 3 นาย ลงไปทำการตัดเชือก ให้เหลือเพียง 1 เส้น เพื่อเตรียมสัญลักษณ์ทุ่นเตือนภัยให้เห็นจุดที่เรือจม พร้อมกับการลงไปสำรวจหาร่างของผู้สูญหายอย่างละเอียดครั้ง ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงแล้วเสร็จ ไม่พบผู้สูญหายภายในเรือ ขณะเดียวกัน กรมเจ้าท่าได้ใช้เครื่องสแกนภาพใต้น้ำเพื่อค้นหาตำแหน่งของเรือ ยืนยันอีกครั้งพบว่าเรือจอดในลักษณะหัวเรือมุ่งหน้าทางแม่น้ำป่าสักลักษณะตะแคง ก่อนที่ นายภูริพัฒน์ จะทำบันทึกข้อตกลงกับ นายนพดล แซ่ด่าน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ขอบริษัท ซีทีไอ ทรานสปอร์ต ในการยุติการค้นหาผู้สูญหายและกู้ซากเรือ ซีทีไอ77

นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ได้ร่วมกันประเมินสถานการณ์แล้ว จากทุกฝ่าย หลังจากมีการพบร่างของคนขับเรือแล้วในวันนี้และนักประดาน้ำได้ทำการลงงมสำรวจภายในเรืออย่างละเอียดไม่พบร่างผู้สูญหาย ส่วนการจะลงไปติดตั้งอุปกรณ์กู้ซากเรือทำด้วยความยากลำบากและเสี่ยงต่อการที่จะเกิดอันตราย จึงได้สั่งยุติการกูเรือไว้ รอจนกว่าระดับน้ำจะกลับสู่สภาวะปกติ จึงจำดำเนินการต่อ
ส่วนเรือ จากการประเมินตรวจสอบเรื่องของความปลอดภัยในจุดที่จม เรืออยู่ลักษณะของการตะแคงข้าง ที่บริเวณสามแยกแม่น้ำ เป็นลักษณะของสะดือที่ความลึกกว่า 20 เมตร เรือยนต์ลากจูง เรือบรรทุกสินค้า สามารรถเดินเรือสัญจรผ่านได้ เรือกินน้ำลึกไม่ถึงจุดที่เรือจม ซึ่งจะทำการติดตั้งทุ่นสัญญาณแจ้งเตือนไว้ ด้วยกระแสน้ำที่ไหลแรง ทางกรมเจ้าท่าจะให้ลดการลากจูงเรือบรรทุกสินค้า จาก 4 ลำเหลือเพียง 3 ลำ จัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูเรื่องของความปลอดภัย.



