เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. 69 ศูนย์วิทยุ 191 รับแจ้งเหตุเด็กติดอยู่ภายในรถยนต์กระบะ 4 ประตู ซึ่งจอดอยู่บริเวณข้างศาลาที่พักภายในสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ถนนกลางเมือง เขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่จราจร สภ.เมืองนครพนม และหน่วยกู้ภัย เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบเด็กชายวัย 3 ขวบอยู่ภายในรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ ส่งเสียงร้องไห้ด้วยความตกใจ ขณะที่สภาพอากาศค่อนข้างร้อน ทำให้เด็กมีเหงื่อออกจำนวนมากและใบหน้าแดงจากการอยู่ภายในรถเป็นเวลาหลายนาที

ด้านผู้เป็นพ่อ อายุ 44 ปี มีอาการเป็นห่วงลูกอย่างมาก หลังพบว่าประตูรถถูกล็อกจากด้านใน ไม่สามารถเปิดออกได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยประเมินสถานการณ์ แต่เนื่องจากเด็กยังคงร้องไห้และมีอาการหวาดกลัว ผู้เป็นพ่อจึงขอยืมอุปกรณ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนตัดสินใจทุบกระจกด้านหลังฝั่งซ้าย เพื่อเปิดทางเข้าช่วยเหลือลูกชายออกจากรถ

หลังจากกระจกแตก เจ้าหน้าที่และผู้เป็นพ่อสามารถนำตัวเด็กออกมาได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความโล่งใจของทุกฝ่าย โดยเด็กไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า ตนมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.บ้านแพง จ.นครพนม ปัจจุบันเช่าบ้านพักอยู่ในตัวเมืองและประกอบอาชีพขับรถสามล้อเครื่อง ส่วนภรรยาทำงานที่ร้านเสริมสวย ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปส่งภรรยา จากนั้นเดินทางมาจอดรถภายในสนามกีฬาเพื่อเตรียมไปล้างรถสามล้อเครื่อง แต่ลืมกุญแจเสียบคาไว้ในรถ

ระหว่างนั้น ลูกชายซึ่งนั่งอยู่ภายในรถอาจเผลอกดปุ่มล็อกประตูเล่น เมื่อกลับมาที่รถจึงพบว่าไม่สามารถเปิดประตูได้ ขณะที่ลูกชายเริ่มร้องไห้ด้วยความตกใจ ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงจึงช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก ผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจเปิดทางเข้าช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด จนสามารถนำลูกชายออกมาจากรถได้อย่างปลอดภัย พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลบุตรหลานและการใช้งานรถยนต์มากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต.