ปัจจุบัน เชื่อว่าหากลองเช็ก What’s in my bag หรือ What’s in my desk ของทุกๆ คน แก้วเก็บความเย็น หรือแก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ ต้องเป็นไอเทมสุดฮิตที่แต่ละคนพกติดไว้แน่ๆ ด้วยอากาศเมืองไทยที่ร้อนทะลุ 30-40 องศาแทบทุกวัน แถมบรรยากาศก็อบอ้าว การมีเครื่องดื่ม หรือน้ำเย็นๆ ไว้ข้างกาย พร้อมยกดื่มตลอดเวลา คงเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เพื่อบรรเทาความร้อน บรรเทาอากาศเหนื่อยล้าๆ โดยจุดเด่นของแก้วเก็บความเย็นนั้น คือ สามารถพกพาไปได้ทุกที่ มีดีไซน์หลากหลาย เหมาะกับทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ชาวออฟฟิศ คนทำงานนอกสถานที่ รวมถึงกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ชอบออกกำลังกาย สายเฮลตี้ที่เข้าฟิตเนสเป็นประจำด้วย นอกจากนี้การใช้แก้วเก็บความเย็น ยังเป็นหนึ่งในวิธีการช่วยลดขยะ ลดการใช้แก้วพลาสติก เรียกได้ว่า รักษ์โลกได้แบบยั่งยืนสุดๆ
ส่วนใครที่กำลังมองหาแก้วเก็บความเย็นคู่ใจ ใบโปรดอยู่ และยังไม่รู้จะเลือกรูปแบบไหนที่เหมาะกับตนเองดี? ในบทความนี้ได้รวมลิสต์แก้วเก็บความเย็นรูปแบบต่างๆ พร้อมวิธีการดูแลรักษาแก้วเก็บความเย็นให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามาฝากแล้ว ตามไปเช็กลิสต์เพื่อเลือกแก้วที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองพร้อมๆ กันได้เลย
แก้วเก็บความเย็นมีกี่รูปแบบ?
หากเดินเข้าในห้างสรรพสินค้า หรือตามตลาดต่างๆ เราจะเห็นแก้วเก็บความเย็น หรือแก้วเก็บอุณภูมิวางขายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งประกอบไปด้วยหลากหลายวัสดุ ทั้งยังมีเกรดของวัสดุที่แตกต่างกันอีกด้วย มาดูกันดีกว่าว่ามีวัสดุผลิตแก้วเก็บความเย็นแบบไหนบ้าง และมีข้อดี-ข้อเสียที่ต่างกันอย่างไร
1. แก้วเก็บความเย็นแบบพลาสติก
รูปแบบแรก คือ แก้วเก็บความเย็นแบบพลาสติก โดยส่วนมากจะผลิตจากพลาสติกเกรดคุณภาพสูง เช่น Tritan หรือ Polypropylene ซึ่งจะมีน้ำหนักเบา ทนทาน และพกพาค่อนข้างสะดวก โดยบางรุ่นอาจเพิ่มคุณสมบัติป้องกันการรั่วซึมและการเกิดหยดน้ำเกาะ จึงเหมาะกับน้ำเย็นทั่วๆ ไป น้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลม ทั้งนี้ต้องเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ต้องการเก็บความเย็นเป็นเวลานาน ไม่แนะนำให้ใส่เครื่องดื่มอย่างกาแฟเย็น หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เพราะแก้วเก็บความเย็นแบบพลาสติกจะเก็บอุณหภูมิได้ไม่ค่อยนาน อาจทำให้รสชาติเสียได้นั่นเอง
ข้อดีของแก้วเก็บความเย็นแบบพลาสติก
– ราคาถูกกว่าแก้วเก็บความเย็นประเภทอื่น
– น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
– มีหลากหลายสีสันและลวดลาย สามารถเลือกดีไซน์ได้ตามความชอบ
– ทนทานต่อการตกหล่นและการกระแทกที่ไม่แรงมาก
ข้อเสียของแก้วเก็บความเย็นแบบพลาสติก
– กักเก็บอุณหภูมิได้ไม่นานเท่าแก้วเก็บความเย็นประเภทอื่น
– อาจมีกลิ่นพลาสติกติดมาบ้างในช่วงแรกของการใช้งาน
– อาจเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย เพราะวัสดุไม่ได้มีความคงทนมากนัก
2. แก้วเก็บความเย็นแบบซิลิโคน
ถัดมากับ แก้วเก็บความเย็นแบบซิลิโคน เป็นอีกรูปแบบที่ได้รับความนิยม เพราะมีความยืดหยุ่นสูง สามารถพับเก็บได้ โดยวัสดุซิลิโคนมักมีความทนทานต่อการทำลายจากสภาพแวดล้อม หรือการใช้งาน นอกจากนี้ อีกจุดเด่นคือมีหูหิ้วสำหรับการถือที่ออกแบบให้สะดวกและง่ายต่อการพกพา และเหมาะกับเครื่องดื่มประเภทน้ำเย็น หรือน้ำร้อนทั่วๆ ไป เช่นเดียวกับแก้วเก็บความเย็นแบบพลาสติก
ข้อดีแก้วของเก็บความเย็นแบบซิลิโคน
– มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก
– มีความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อการตกหล่นและการกระแทก
– พับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ สามารถพกพาไปไหนมาได้สะดวก
– ทนทานต่ออุณหภูมิสูงและต่ำ สามารถใส่น้ำร้อนหรือน้ำเย็นได้
ข้อเสียของแก้วเก็บความเย็นแบบซิลิโคน
– มักมีราคาที่สูงกว่าแก้วเก็บความเย็นที่ทำจากวัสดุอื่นๆ
– ไม่เหมาะกับการใส่น้ำผลไม้ เพราะคุณสมบัติในน้ำผลไม้อาจทำให้วัสดุซิลิโคนถูกทำลาย หรือเสื่อมสภาพได้เมื่อใช้งานไปได้สักระยะเวลาหนึ่ง
3. แก้วเก็บความเย็นแบบสแตนเลส
เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยกับแก้วเก็บความเย็นแบบสแตนเลสมากที่สุด เป็นรูปแบบที่มีการวางจำหน่ายเยอะ หลายคนนิยมใช้เพราะเก็บความเย็นได้ค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่นๆ เป็นแก้วเก็บความเย็นที่สามารถกักเก็บอุณหภูมิได้ตลอดทั้งวัน เหมาะกับเครื่องดื่มประเภทน้ำเย็นทั่วไป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำผลไม้ กาแฟ เป็นต้น โดยแก้วเก็บความเย็นแบบสแตนเลสนี้จะแบ่งออกเป็นหลายเกรดด้วยกัน แต่ควรเลือก ‘สแตนเลสเกรด 304’ เพราะเป็นเกรดอาหารที่มีความปลอดภัย และมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดสนิมได้ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ทนทานต่อการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดีนั่นเอง
ข้อดีของแก้วเก็บความเย็นแบบสแตนเลส
– มีความทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดี มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
– สามารถรักษาอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ
– มีความหนาแน่นสูง ทำให้ทนทานต่อการกระแทก
– ไม่มีการสิ่งตกค้างเหมือนแบบพลาสติก คงความสะอาดและความสดชื่นของเครื่องดื่มได้ดี
ข้อเสียของแก้วเก็บความเย็นแบบสแตนเลส
– มีน้ำหนักมากกว่าแก้วเก็บความเย็นประเภทอื่น
– อาจเกิดสนิมได้ หากทำมาจากสแตนเลสเกรดไม่ได้มาตรฐาน และหากไม่ได้ดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
4. แก้วมัค
สายชอบเครื่องดื่มชงก็ต้องมีแก้วมัคติดตัวไว้แน่นอน โดยแก้วมัค จะมีทรงเตี้ย สั้น มีหูจับ เป็นหนึ่งในแก้วเก็บอุณหภูมิ ที่เก็บได้อุณภูมิเย็นและร้อน บางรุ่นอาจจะผลิตพร้อมกับฝาปิด เพื่อกักเก็บอุณหภูมิให้ได้นานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แก้วมัคสามารถกักเก็บความเย็นได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ถือว่ามีระยะเวลาเก็บอุณหภูมิค่อนข้างน้อย หากเทียบกับแก้วรูปแบบอื่น เหมาะกับการดื่มเครื่องดื่มที่ต้องดื่มให้หมดภายใน 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง เช่น กาแฟ นม ชา เป็นต้น
ข้อดีของแก้วมัค
– มีขนาดเล็ก จัดเก็บได้ง่าย ไม่เปลืองพื้นที่
– ดีไซน์มีให้เลือกมากมาย เช่น ทรงเหลี่ยม ทรงโค้งเว้า ทรงกลม เป็นต้น
ข้อเสียของแก้วมัค
– ไม่เหมาะกับการพกพาออกนอกสถานที่
– เก็บความเย็นได้ไม่ดี
5. แก้วสุญญากาศกันล้ม
สุดท้ายกับแก้วสุญญากาศกันล้ม เป็นแก้วที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการหกหรือการกระแทกเป็นพิเศษ ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไม่ไหลหรือรั่วออกมาง่ายๆ โดยจะมีวาล์ว หรือระบบป้องกันการรั่วไหลที่ช่วยปิดกั้นการไหลของน้ำในกรณีที่แก้วล้มหรือเอียง จึงเหมาะกับการพกพาออกไปข้างนอกที่ต้องทำกิจกรรมเยอะ วางไว้ในรถยนต์ และบ้านที่มีเด็กที่ต้องการการระวังเป็นพิเศษนั่นเอง
ข้อดีของแก้วสุญญากาศกันล้ม
– มีโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการหกล้ม
– ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายจากการที่น้ำหกใส่
– รักษาความร้อนหรือเย็นของเครื่องดื่มได้ค่อนข้างดี เพราะระบบของแก้วทำให้ไม่มีการรั่วไหลเกิดขึ้น
ข้อเสียของแก้วสุญญากาศกันล้ม
– มีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อน ทำให้การทำความสะอาดยากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแก้วทั่วไป
– มีราคาที่สูงกว่าแก้วทั่วๆ ไป เพราะผลิตจากวัสดีที่มีเกรดสูงและมีระบบป้องกันเป็นพิเศษ
– มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ไม่เหมาะกับการถือหรือใส่กระเป๋าติดตัวไว้ตลอ
5 วิธีดูแลรักษาแก้วเก็บความเย็นให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและยาวนานมากขึ้น
ได้รู้จักแก้วเก็บอุณภูมิ หรือแก้วเก็บความเย็นแต่ละรูปแบบกันไปแล้ว ก่อนไปช็อปปิงเลือกแก้วน้ำคู่ใจ ติดตัว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญคือ ‘การดูแลรักษาแก้วเก็บความเย็นให้ถูกวิธี’ เพราะเมื่อเราใช้แก้วเก็บความเย็นไปนานๆ และทำความสะอาด หรือเก็บรักษาได้ไม่ดีพอ อาจเกิดราขึ้นตามขอบฝา หรือเกิดสนิมที่เป็นอันตรายหากเข้าไปในร่างกายได้ รวมถึงมีกลิ่นติด ทำให้รู้สึกไม่ดีเวลาดื่มน้ำเย็นๆ ด้วย เอาล่ะ มาดู 5 วิธีดูแลรักษาแก้วเก็บความเย็นกันตามนี้เลย
วิธีที่ 1 ล้างด้วยน้ำส้มสายชู
1. ผสมน้ำส้มสายชูขาวกลั่น 1 ส่วนกับน้ำเปล่า 4 ส่วนในภาชนะที่ใหญ่พอสำหรับแช่แก้ว
2. แช่แก้วในน้ำส้มสายชูผสมเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที
3. ใช้แปรงล้างแก้ว หรือฟองน้ำขัดคราบสกปรกออกจากแก้ว
4. ล้างแก้วด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด
5. ใช้ผ้าสะอาดเช็ดแก้วน้ำให้แห้ง
6. คว่ำแก้วให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน
วิธีที่ 2 ล้างด้วยเบกกิ้งโซดา
1. ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่า 2 ถ้วย
2. แช่แก้วในสารละลายเบกกิ้งโซดาเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที
3 .ใช้แปรงล้างแก้วหรือฟองน้ำขัดคราบสกปรกออกจากแก้ว
4. ล้างแก้วด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด
5. ใช้ผ้าสะอาดเช็ดแก้วน้ำให้แห้ง
6. คว่ำแก้วให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน
วิธีที่ 3 ล้างด้วยสบู่
1. ล้างน้ำเปล่าเพื่อขจัดคราบสกปรกออกก่อน
2. หยดสบู่ลงบนฟองน้ำ หรือแปรงล้างจานเล็กน้อย
3. ถูแก้วน้ำด้วยฟองน้ำ หรือแปรงล้างจานอย่างทั่วถึง โดยเน้นบริเวณที่มีคราบสกปรก
4. ล้างแก้วน้ำด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง เพื่อขจัดคราบสบู่ออก
5. ใช้ผ้าสะอาดเช็ดแก้วน้ำให้แห้ง
6. คว่ำแก้วให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน
วิธีที่ 4 ใช้เม็ดฟู่ทำความสะอาด
1. เติมน้ำอุ่นลงในแก้วน้ำที่ต้องการทำความสะอาด
2 .ใส่เม็ดฟูลงไป 1-2 เม็ด
3 .คนให้เม็ดฟูละลายเข้ากับน้ำ
4. ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
5. ล้างแก้วน้ำด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง
5. ใช้ผ้าสะอาดเช็ดแก้วน้ำ
6. คว่ำทิ่งไว้
วิธีที่ 5 ใช้น้ำยาบ้วนปาก
1. เติมน้ำลงในแก้วตามระดับที่ต้องการ
2. เติมน้ำยาบ้วนปากเล็กน้อยลงในน้ำในแก้ว
3. เขย่าแก้วเบาๆ แล้วปล่อยให้น้ำยาบ้วนปากทำปฏิกิริยาสักครู่
4. ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
5. เทน้ำยาบ้วนปาก แล้วล้างแก้วด้วยน้ำสะอาด
6. เช็ดแก้วให้แห้งด้วยผ้าสะอาด
7. คว่ำทิ้งไว้
การพกแก้วน้ำเก็บความเย็น ช่วยให้เราสามารถเพลิดเพลินกับน้ำเย็นๆ หรือเครื่องดื่มรสโปรดเติมเอเนอร์จี้ได้ตลอดทั้งวัน เป็นการลดพลาสติกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ที่สำคัญแก้วน้ำเก็บความเย็นยังมีให้เลือกหลายรูปแบบตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบพลาสติก แบบซิลิโคน แบบสแตนเลส แก้วมัค หรือแก้วแบบสุญญากาศกันล้ม ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ใครชอบแบบไหนก็สามารถเช็กลิสต์ข้อดี-ข้อเสียที่เรานำมาฝากในบทความนี้ แล้วไปช็อปปิงเลือกแก้วมาไว้ใส่เครื่องดื่มรสโปรดได้เลย!
สำหรับบริษัท หรือองค์กรไหน ที่กำลังมองหาโรงงานผลิตแก้วเก็บความเย็นพรีเมียม เพื่อมอบเป็นของที่ระลึก ขอแนะนำ Giftwise Asia โรงงานผลิตแก้วเก็บความเย็นที่รับผลิตแก้วเก็บความเย็นแบบครบวงจร โดยผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ คอรบคลุมตั้งแต่การออกแบบให้มีความเป็นเอกลักษณ์ขององค์กร ไปจนถึงการจัดส่งที่มีการรับประกันสินค้า สามารถปรึกษา และขอคำแนะนำ ได้ที่ โทร. 02-096-3949 LINE: @giftwise เเหล่งรวม ของพรีเมียมองค์กร สุดครีเอทีฟไอเดียหลากหลาย จากผู้ช่วยมืออาชีพ!



