เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เวลา 09.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)  ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ประธานสภาวิชาชีพการแพร่ภาพและกระจายเสียง (ประเทศไทย)  นายสุปัน รักเชื้อ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย น.ส.นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์ รองประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และนายสวิชย์ บำรุงสุข กรรมการ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ได้เข้ายืนหนังสือต่อ  นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. โดยมี พล.อ.สิทธิชัย มากกุญชร ผู้ปฏิบัติงานประจำประธาน กสทช.ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำ ประธาน กสทช. เป็นผู้แทนรับมอบ

นายชวรงค์ กล่าวว่า การเข้ายื่นหนังสือวันนี้ เพื่อขอติดตามความคืบหน้าการประกาศใช้  (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. … เนื่องจากตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการฯ มาตรา 39 และ 40 ระบุว่าให้มี กสทช.ส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองขององค์กรวิชาชีพ ซึ่งตั้งแต่ กสทช.ชุดก่อนหน้า ชุดปัจจุบันนี้ ได้มีการร่าง ประกาศ ส่งเสริมการรวมกลุ่มฯ เพื่อให้ กสทช. สามารถใช้ทรัพยากรต่างๆ มาส่งเสริมองค์กรวิชาชีพได้ เพราะที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกัน เวลามีเรื่องร้องเรียนมา ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย ซึ่งทาง กสทช. ก็นำมาพิจารณา ซึ่งอาจทำให้เสียเวลา เช่น เรื่องจริยธรรม ควรให้เป็นเรื่องขององค์กรวิชาชีพ แต่ทางสำนักงาน กสทช. มองว่าหากให้องค์กรวิชาชีพทำแล้วช้า

“ที่ผ่านมาทางองค์กรวิชาชีพฯ มีทรัพยากรต่างๆ เช่น เรื่องบุคลากร และงบประมาณน้อย  อาจทำให้กระบวนการล่าช้าบ้าง อาจไม่ทันใจ  ทาง กสทช.หากมีร่างประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต เพื่อให้สามารถขึ้นทะเบียน และจดแจ้ง ก็จะทำให้ กสทช. มีช่องทางสนับสนุน ทำให้การทำงานคล่องตัวขึ้น ซึ่งจะสามารถช่วยแบ่งเบางานของ กสทช.ได้”

นายชวรงค์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้รับทราบว่า ร่างฯ ประกาศดังกล่าวได้ผ่านการกลั่นกรองมาหมดแล้ว เหลือแต่เสนอเข้าบอร์ด แต่ กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น จึงได้มายื่นหนังสือถึงประธาน กสทช.ให้ช่วยเร่งรัดและพิจารณาเรื่อง ร่างประกาศ ดังกล่าวด้วย

นายสุปัน กล่าวว่า  ร่างประกาศฉบับนี้ ได้ร่างขึ้นมากว่า 10 ปี แล้ว และเป็นการริเริ่มโดย กสทช. และได้ดึงองค์กรวิชาชีพมาเข้าร่วม แต่ที่ผ่านมาได้หยุดไป ทางองค์กรวิชาชีพจึงได้ตั้งคำถามว่าหยุดไปเพราะอะไร ที่ผ่านมาก็ได้มีการประชาพิจารณ์ไปแล้ว และทาง กสทช. ก็ได้สรุปแล้ว เมื่อสอบถามหน่วยงานภายในจึงพบว่า ร่างประกาศฉบับนี้ยังไม่ได้บรรจุเข้าสู่วาระการประชุม จึงมาสอบถามว่าติดขัดอะไร หากต้องกลับไปทำใหม่ก็จะได้นำกลับไปดำเนินการ

“ร่างประกาศนี้ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อองค์กรวิชาชีพสื่อ แต่จะเอื้อประโยชน์ต่อ กสทช.ด้วย  ซึ่งเมื่อร่างประกาศนี้ยังไม่ผ่าน กระบวนการส่งเสริมจึงยังไม่เกิด  ซึ่งถามว่าองค์กรวิชาชีพสามารถทำงานได้หรือไม่  ก็สามารถทำได้ แต่อาจจะไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น และทำให้งาน กสทช. มีมากขึ้นด้วย หากองค์กรวิชาชีพสามารถดูแลกันเองได้ โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม ก็จะทำให้เรื่องร้องเรียนมาที่ กสทช.น้อยลงด้วย” นายสุปัน กล่าว

ด้าน พล.อ.สิทธิชัย กล่าวว่า หลังการรับหนังสือแล้ว จะนำเรื่องนี้เสนอต่อ กสทช. ทุกท่าน และนำเรียนประธาน กสทช. ด้วย ซึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับทาง กสทช. ทุกท่านว่าจะเห็นอย่างไร ต่อร่างประกาศฉบับนี้  อย่างไรก็ตามจะมีการเข้าไปดูกระบวนการนำเสนอร่างประกาศฉบับนี้เพื่อบรรจุเข้าเป็นวาระว่าติดขัดตรงส่วนไหน เพื่อให้สามารถบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาบอร์ด กสทช.ได้เร็วขึ้น.