ใครที่เคยสบประมาทว่า “กาแฟดีแคฟ” (Decaf) หรือกาแฟปราศจากคาเฟอีนเป็นแค่ของเลียนแบบไร้ประโยชน์ คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เมื่อผลงานวิจัยล่าสุดจากไอร์แลนด์ ที่ตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง Nature Communications ออกมายืนยันว่า เมล็ดกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน ก็มีฤทธิ์เดชไม่เบา สามารถช่วยบรรเทาความเครียด อารมณ์ซึมเศร้า แถมยังโดดเด่นด้านการ “เพิ่มความจำและพัฒนาการเรียนรู้” ได้ดีกว่ากาแฟปกติเสียอีก เผยความลับอยู่ที่สารโพลีฟีนอลเข้าไปบำรุงจุลินทรีย์ในลำไส้เพื่อสั่งการสมอง!

สำนักข่าวสุขภาพชื่อดังของอังกฤษ Medical News Today ได้เผยแพร่รายงานการค้นพบของทีมวิจัย APC Microbiome จากมหาวิทยาลัยคอร์ก (University College Cork) ประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งได้ทำการศึกษาผลกระทบของกาแฟที่มีต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ และประสิทธิภาพของสมอง

ทีมงานได้รวบรวมกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใหญ่สุขภาพดีจำนวน 62 คน (อายุ 30-50 ปี) ซึ่งมีพฤติกรรมดื่มกาแฟเป็นประจำวันละ 3-5 แก้ว ขั้นตอนแรกผู้เข้าร่วมทุกคนต้อง “หักดิบงดคาเฟอีนทุกชนิด” เป็นเวลา 2 สัปดาห์เต็ม จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการสุ่มให้ดื่ม “กาแฟปกติ” หรือ “กาแฟดีแคฟ (ไม่มีคาเฟอีน)” ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์

ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับทีมวิจัยอย่างมาก เพราะผู้เข้าร่วมการทดลองทั้ง 2 กลุ่ม มีระดับความเครียด อารมณ์ซึมเศร้า และความหุนหันพลันแล่นที่ลดลงในระดับที่ใกล้เคียงกันทันทีที่ได้กลับมาดื่มกาแฟ โดยไม่ต้องพึ่งพาสารคาเฟอีนเลยด้วยซ้ำ

“กาแฟปกติ” กับ “กาแฟดีแคฟ” ใครเด่นด้านไหน?

แม้ภาพรวมจะช่วยฮีลใจได้เหมือนกัน แต่งานวิจัยพบว่ากาแฟทั้ง 2 ประเภทมี “จุดเด่น” ในการบำรุงสมองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

กลุ่มดื่มกาแฟปกติ (มีคาเฟอีน) – ช่วยบรรเทาความวิตกกังวลได้ชัดเจนกว่า ช่วยเพิ่มสมาธิ ความตื่นตัว และเสริมความสามารถในการรับมือกับความเครียดเฉียบพลันได้แข็งแกร่งกว่า รวมถึงมีฤทธิ์ลดการอักเสบในร่างกายที่เด่นชัด

กลุ่มดื่มกาแฟดีแคฟ (Decaf – ไร้คาเฟอีน) – พัฒนาความสามารถในการเรียนรู้และความจำได้เด่นชัดกว่ากลุ่มกาแฟปกติ ส่งผลดีต่อคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และส่งผลให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า จนนำไปสู่การออกกำลังกายที่มากขึ้น

ศาสตราจารย์ จอห์น ครายาน นักวิจัยอาวุโสประจำโปรเจกต์นี้ ได้วิเคราะห์ว่า ผลดีทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นในกลุ่มดีแคฟเป็นหลักฐานมัดแน่นว่า “ในน้ำกาแฟมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพตัวอื่น นอกเหนือจากคาเฟอีน” เช่น สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งสามารถส่งผลต่อสมองผ่านระบบทางเดินอาหาร

จากการนำอุจจาระและปัสสาวะของผู้เข้าทดลองไปเข้าแล็บวิเคราะห์ พบว่ากลุ่มที่ดื่มกาแฟจะมีกิจกรรมของจุลินทรีย์สายพันธุ์ดีในลำไส้อย่าง Cryptobacterium และ Eggerthella เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเจ้าจุลินทรีย์เหล่านี้จะทำหน้าที่ย่อยสลายสารประกอบพืชจากกาแฟ แล้วผลิตสารเมตาบอไลต์ที่เข้าไปกระตุ้นการสร้าง GABA (กาบา) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทหลักที่ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และจัดระเบียบความจำ

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยระบุว่างานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดเรื่องขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่มีเพียง 62 คน และการที่อารมณ์ดีขึ้นส่วนหนึ่งอาจเกิดจาก “ความสุขทางจิตวิทยา” ที่ได้กลับมาดื่มเครื่องดื่มแก้วโปรด หลังจากโดนสั่งงดไป 2 สัปดาห์ ซึ่งยังไม่สามารถเคลมได้ว่า กาแฟจะช่วยรักษาโรคซึมเศร้า หรืออัลไซเมอร์ได้โดยตรง

ที่มาและภาพ : insight korea, unsplash