เมื่อวันที่ 14 พ.ค. “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา ครั้งที่ 7/2567 โดยมี นายไพฑูร ชุติมากรกุล ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ด้านกีฬา, นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และคณะอนุกรรมการฯ ร่วมประชุม ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา กกท. หัวหมาก
ที่ประชุมได้สรุปความคืบหน้าในการดำเนินงาน “มวยไทยซอฟต์พาวเวอร์” ของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา ที่เป็นเป้าหมาย Quick Win ระยะเวลาภายใน 100 วัน และ 180 วัน อาทิ การดำเนินการเปิดศูนย์ทดสอบสมรรถนะมวยไทย ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรง รับรองผู้ฝึกสอนที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศ, การจัดอบรมผู้ฝึกสอนระดับ C-License เพื่อการันตีและต่อยอดสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานสาขาผู้ฝึกสอนมวยไทย รองรับความต้องการของต่างประเทศ, การส่งผู้ฝึกสอนมวยไทย ระดับ License ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมและเผยแพร่มวยไทย ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย, การออกวีซ่า NON ED สำหรับนักท่องเที่ยวชุดแรกที่มีความตั้งใจมาเรียนมวยไทย ที่ค่ายมวย จ.ภูเก็ต, การจัดงาน Master Class ที่ประเทศอังกฤษ และตรวจเยี่ยมค่ายมวยไทยในต่างประเทศ เพื่อรับรองมาตรฐานต่อไป

ที่ประชุมยังได้สรุปเป้าหมายของการดำเนินโครงการภายใต้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา ที่ขับเคลื่อน มวยไทยซอฟต์พาวเวอร์ โดยตั้งเป้า 1.มูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มมูลค่า 2,334 ล้านบาท ในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 ล้านบาท ในปี 2568, 2.เพิ่มนักมวยไทยอาชีพ (ต่างชาติ) 4,520 คน ในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 5,600 คน ในปี 2568, 3.เพิ่มนักนักมวยไทยอาชีพ (ชาวไทย) 6,032 คน ในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 9,300 คน ในปี 2568

4.เพิ่มผู้ฝึกสอนมวยไทยอาชีพ (ชาวไทย) 700 คน ในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 1,400 คน ในปี 2568, 5.เพิ่มผู้ฝึกสอนมวยไทยอาชีพ (ต่างชาติ) 120 คน ในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 240 คน ในปี 2568, 6.เพิ่มค่ายมวยมาตรฐาน (ในประเทศ) 500 ค่าย ในปี 2567 และเพิ่มขึ้น 1,000 ค่าย ในปี 2568, 7.เพิ่มค่ายมวยมาตรฐาน (ต่างประเทศ) 50 ค่ายทั่วโลก ในปี 2567 และเพิ่มขึ้น 61 ค่ายทั่วโลก ในปี 2568, 8.การรับรู้กิจกรรมมวยไทยในต่างประเทศ 200 ประเทศทั่วโลก ในปี 2567 และเพิ่มขึ้น 250 ประเทศทั่วโลก ในปี 2568



