เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่โรงแรม ไอ โฮเท็ล จังหวัดนครพนม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เป็นเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรมเครือข่ายอาสาวารี รุ่นที่ 44 จังหวัดนครพนมว่า เครือข่ายอาสาวารี เป็น 1 ในโครงการของกรมเจ้าท่า(จท.) ที่ดำเนินการในทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน องค์กรต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมปฏิบัติงานกับ จท. ในการเฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุอันอาจเกิดจากการใช้เรือ และท่าเทียบเรือ การสัญจรทางน้ำ การแจ้งเหตุเกี่ยวกับมลภาวะทางน้ำ หรือการกระทำสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ โดยในปีนี้จะดำเนินการใน 2 จังหวัด ได้แก่ นครพนม และชลบุรีสำหรับการอบรมฯ ผ่านมาแล้ว 43 รุ่น มีเครือข่ายอาสาวารีอยู่ทั่วประเทศ 6,866 คน ซึ่งร่วมกันช่วยดูแลความปลอดภัย ลดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน อันเกิดจากอุบัติเหตุทางน้ำลงได้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามสถิติอุบัติเหตุเรือโดยสารทั่วประเทศในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุ 11 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 10ราย สูญหาย 5 รายและบาดเจ็บ 14 ราย

นางมนพร กล่าวต่อว่า ผู้เข้าอบรมเครือข่ายอาสาวารี จะได้ร่วมเรียนรู้ถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อาทิการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับช่องทางสื่อสารที่สำคัญในการติดต่อประสานการช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ หรือการร้องขอความช่วยเหลือในเรื่องอื่นๆ อาทิแจ้งสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ขอคำแนะนำในการเดินทาง และท่องเที่ยวทางน้ำ และการร่วมกันปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อมทางน้ำในชุมชน

สำหรับในปีนี้ที่จัดขึ้นที่จังหวัดนครพนมเป็นรุ่นที่ 44 เนื่องจาก จท. พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ด้านเหนือ และตะวันออกของจังหวัดติดกับแม่น้ำโขง และมีศักยภาพในการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางน้ำกับประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับมีสถานที่สัญจร และท่องเที่ยวทางน้ำหลายแห่ง อาทิ การล่องเรือชมแม่น้ำโขง ขณะนี้มีผู้ใช้บริการประมาณ 800 คนต่อวัน ในวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ผู้ใช้บริการประมาณ 1,200 คนต่อวัน, ประเพณีแข่งเรือยาว และเทศกาลไหลเรือไฟ เป็นต้น โดยรุ่นที่ 44 มีผู้เข้าร่วม 180 คน ซึ่งจะร่วมกันช่วยกันดูแลความปลอดภัยในการเดินทางสัญจร และท่องเที่ยวทางน้ำในจังหวัดนครพนม และสามารถถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับไปยังครอบครัวและชุมชน มีความพร้อมในการเป็นเครือข่ายภาคประชาชนให้กับภาครัฐ อันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไปในอนาคต

นางมนพร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนครพนม เป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยมในการเดินทางมาท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยขณะนี้กำลังเร่งยกระดับเมืองรองสู่เมืองหลักตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจากข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม ช่วงปี 65-67 มีการเติบโตประมาณ 300% ทั้งนี้เมื่อวันที่15 พ.ค.ที่ผ่านมา หอการค้าจังหวัดนครพนม ได้ประชุมหารือร่วมกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย  เป็นนัดแรก เพื่อขอเพิ่มความถี่เที่ยวบิน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครพนม จากวันละ 3 เที่ยวบิน เป็นวันละ 4 เที่ยวบิน นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการเปิดเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัด 2 เส้นทาง ได้แก่ นครพนม-ภูเก็ต และนครพนม-เชียงใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาว สปป.ลาว และเวียดนาม ซึ่งหลังจากนี้จะหารือร่วมกันอีกประมาณ 2-3 ครั้ง ก่อนได้ข้อสรุปรายละเอียดต่างๆ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการเส้นทางบินดังกล่าวได้ภายในปี 67.