เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ ห้องประชุมศูนย์พัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มีการเสวนาทางการศึกษา เรื่อง “ปฏิรูปการศึกษาด้วยการพลิกโฉมกระบวนการเรียนรู้ เพื่อสนองตอบหลักสูตรการศึกษาชาติสู่มาตรฐานสากล” หัวข้อ “ประสิทธิภาพประสิทธิผลในการบริหารจัดการศึกษาให้เด็กไทยทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก” โดย ดร.ศักดิ์สิน โรจนสราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า จากการติดตามผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต 17 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2549- 2566) พบว่า คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนในทุกการทดสอบต่ำกว่าร้อยละ 50 เป็นเวลา 15 ปีคิดเป็นร้อยละ 88 มีเพียง ในปี 2551 ที่วิชาวิทยาศาสตร์มีคะแนนร้อยละ 51.68 และในปี 2554 วิชาคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 52.04 ซึ่งสูงกว่าร้อยละ 50 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังพบว่าวิชาคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุดเพียงร้อยละ 14.99 ในปี 2553 เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าเรายังไม่สามารถยกระดับคุณภาพผู้เรียนได้ ทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ปรับหลักสูตรมาตั้งแต่ปี 2551 เป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน ที่มุ่งหวังให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเอง ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ระดับความคิด รวบยอด ระดับหลักการ และนำหลักการไปเรียนรู้ในสาระการเรียนรู้อื่นๆ ในทุกบริบทของชีวิต รวมถึงการนำไปใช้ในการประกอบอาชีพในทุกอาชีพให้เกิดความก้าวหน้า เกิดคุณค่าในระดับนวัตกรรมได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือโรงเรียนจำนวนไม่น้อยยังจัดการเรียนรู้ในรูปแบบให้นักเรียนอ่านและท่องจำ แล้วสอบวัดจากสิ่งที่ครูบอก ขณะที่ความรู้ที่ใช้ในการทดสอบโอเน็ต ผู้เรียนต้องเรียนรู้จากกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ที่มีกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกสังเกต รวบรวมข้อมูล จำแนก เปรียบเทียบจัดหมวดหมู่ คิดวิเคราะห์ สรุปสาระสำคัญ เชื่อมโยงความรู้ สรุปความรู้ หลักการ ได้ฝึกสร้างและการเลือกทางเลือก รวมทั้งฝึกนำความรู้ไปสร้างงาน สร้างนวัตกรรม ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบ Active Learning และเป็นหัวใจสำคัญของการคิดวิเคราะห์

ดร.วีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการต้องทำคือการรับฟังความคิดเห็นของบุคคลภายนอก ตนเห็นด้วยกับ ดร.ศักดิ์สิน ที่บอกว่าการแข่งขันบนเวทีโลกถ้าเรามีกระกระบวนการคิดขั้นสูงก็จะทำให้เดินหน้าไปได้ กระทรวงศึกษาธิการมีผู้นำระดับประเทศมาเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว เช่น นายทักษิณ ชินวัตร นายชวน หลีกภัย หรือ นายวิจิตร ศรีสะอ้าน แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะวัดว่าการศึกษาเดินหน้าหรือถอยหลัง เรามีการอบรมครูอย่างต่อเนื่อง แต่เราก็ไม่อาจไปบีบปากครูให้สอนเหมือนที่อบรมไปได้ ดังนั้นปัจจัยสำคัญของครู คืออุดมการณ์ จิตวิญญาณของความเป็นครู ทำอย่างไรที่จะมุ่งมั่นเสียสละโดยไม่มีใครบังคับ ซึ่งจริงๆ แล้วเราจะต้องสอนให้เด็กเรียนโดยผ่านกระบวนการตั้งแต่ปฐมวัย เด็กจะได้แยกแยะได้ว่าสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก

นายสมเกียรติ จิตผ่อง ผอ.โรงเรียนโยธินบูรณะ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่เด็กทำคะแนนสอบโอเน็ต พิซาได้ไม่ดี เพราะไม่ได้เอาคะแนนไปใช้อะไร เด็กจึงไม่ได้ตั้งใจที่จะทำข้อสอบ เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกเลิกการสอบโอเน็ต ป.6 และ ม.3 โดยให้ถือเป็นสิทธิส่วนตัวของนักเรียนตามความสมัครใจ อย่างที่โรงเรียนเด็กก็สนใจสมัครสอบน้อยมาก ทำให้ภาพรวมของคะแนนออกมาค่อนข้างต่ำ

น.ส.นงกรานต์ บรรเจิดธีรกุล ผอ.โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม กล่าวว่า การที่คะแนนโอเน็ต หรือ พิซา น้อยอาจจะเป็นเพราะกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ไม่ได้ตอบโจทย์ว่าเด็กจะมีทักษะการปฏิบัติหรือการดำรงชีวิตด้วยตนเอง อีกอย่างที่มีการยกเลิกการบังคับสอบโอเน็ตเพราะมีการพุ่งเป้าจัดติวเพื่อให้ได้คะแนนสูงเนื่องจากมีผลกับครูและโรงเรียนด้วย โดยเฉพาะผลต่อการจัดอันดับโรงเรียนหรือแม้กระทั่งการประเมินวิทยฐานะครู ทำให้ครูพุ่งเป้าว่าจะต้องติวเพื่อให้เด็กทำคะแนนให้ได้ โดยไม่ได้คิดว่าจะต้องสร้างความเข้าใจในสิ่งที่เด็กเรียน แต่พอให้การสอบโอเน็ตเป็นการสมัครใจก็ทำให้ไม่ให้ความสำคัญกับการสอบโอเน็ต ทั้งที่กระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่ดีที่ทำให้ทราบถึงการจัดการศึกษาของประเทศว่าหลักสูตรของประเทศเป็นอย่างไร การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเป็นอย่างไร ดังนั้นจึงอยากให้มีการหาจุดกลางว่า เมื่อการทดสอบยังมีประโยชน์ จะทำอย่างไรให้ผู้สอนและผู้เรียนเห็นคุณค่าของการทดสอบที่ไม่ใช่เพียงแค่การจัดลำดับโรงเรียนเท่านั้น