เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะถูกนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้อง ข้อหาตามมาตรา 112 และความผิดฐาน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 58 นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับเดอะโชซอนมีเดีย (The ChosunMedia) เหตุเกิดที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) โดยมีเนื้อหาเข้าข่ายดูหมิ่นสถาบัน

จากนั้น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผบ.ทบ. ขณะนั้น ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งให้เจ้าหน้าที่กรมพระธรรมนูญ แจ้งความเอาผิดกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)

กระทั่งต่อมาพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ส่งสำนวนการสอบสวนคดีการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักรพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง กล่าวหานายทักษิณ ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นคดีความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุด

วันที่ 19 ก.ย. 59 ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริการ อัยการสูงสุด ในขณะนั้น พิจารณาแล้วได้มีความเห็นควร “สั่งฟ้อง” นายทักษิณ แต่ขณะนั้นนายทักษิณ หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ อัยการสูงสุดจึงได้แจ้งพนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับ และมีคำขอต่อศาลอาญาออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อย

จวบจนวันที่ 22 ส.ค. 66 นายทักษิณ เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย และถูกควบคุมตัว เพื่อรับโทษในคดีอาญาอื่น พนักงานสอบสวนจึงนำหมายจับไปแจ้งอายัดตัวผู้ต้องหาไว้กับกรมราชทัณฑ์

วันที่ 17 ม.ค. 67 นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และคณะ เข้าแจ้งข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริงทางคดีกับนายทักษิณ ณ รพ.ตำรวจ แต่นายทักษิณให้การปฏิเสธ พร้อมกับยื่น “หนังสือร้องขอความเป็นธรรม” ต่ออัยการสูงสุด ทำให้นายอำนาจ อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน มีคำสั่ง “สอบสวนเพิ่มเติม” ในประเด็นที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม และพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว พร้อมได้ส่งบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเพิ่มเติมให้กับอัยการสูงสุดพิจารณา

จนในที่สุดนายอำนาจได้มี “คำสั่งฟ้อง” นายทักษิณ ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 112 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ต.ค. 2519 ข้อ 1 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14(3) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนายทักษิณ ขอเลื่อนการมาฟังคำสั่ง อ้างเหตุอาการป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 พร้อมให้ทนายนำใบรับรองแพทย์มาแสดงกับทางพนักงานอัยการ จึงมีการเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องส่งตัว และสำนวนให้ศาลอาญาไปเป็นวันที่ 18 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.