เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง จีน ได้รายงานข้อมูล กระแสธุรกิจลาบูบู้ ที่ฮิตไปทั่วโลก และการทำธุรกิจของอาร์ตทอย จีน เพื่อหาโอกาสในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของไทยในลักษณะเดียวกัน เพราะไทยมีความแข็งแกร่งด้านการออกแบบ ดีไซน์ และมีศิลปวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ 

ทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า การขยายตัวของลาบูบู้ เริ่มต้นจาก เมื่อต้นเดือน เม.ย. 67 ลิซ่า นักร้องชื่อดังจากสมาชิกวงแบล็กพิงก์ ได้โพสต์ภาพเซลฟี่ถือกล่องลาบูบู้ บนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้สินค้าจากร้านป๊อปมาร์ท ได้รับความสนใจจากทั่วโลก และได้กลายเป็นของเล่นยอดนิยมที่มาแรงขึ้นทันที ผู้บริโภคต่อคิวรอซื้อเป็นแถวยาวในหน้าร้านออฟไลน์ ในขณะเดียวกัน การจำหน่ายในร้านออนไลน์ก็ถูกกวาดซื้อหมดเพียงไม่กีวินาที โดยเฉพาะกล่องลาบูบู้ มาการอง

ป๊อปมาร์ท ได้เดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายอีก 3 ปีข้างหน้า จะขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐ ยุโรป ออสเตรเลีย ตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง และยังมีเป้าที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หลังจากมีสินค้าสู่ตลาด อาทิ ตุ๊กตา ลาบูบู้ มอลลี่ ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค โดยจะเซ็นสัญญากับนักออกแบบและศิลปินที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก เพื่อทำตลาดในแต่ละตลาด เช่น เปิดตัวตุ๊กตา คราย เบบี้ สู่ตลาดในประเทศไทย ซึ่งผู้ออกแบบตุ๊กตาเป็นศิลปินท้องถิ่นชาวไทย และขณะนี้ป๊อปมาร์ท ได้เปิดในไทยแล้ว 6 สาขา โดยในวันเปิดร้านค้าแห่งที่ 3 ในไทย สามารถทำยอดขายรายวันสูงสุดของร้านค้าทั่วโลก

นอกจากนี้ยังได้ขยายช่องทางออนไลน์ โดยมีการเปิดบัญชีอย่างเป็นทางการในแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียในต่างประเทศ เช่น ติ๊กต็อก อินสตาแกรม เป็นต้น โดยอาศัยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตามภูมิภาค การร่วมถ่ายทอดสดกับผู้นำทางความคิด ไลฟ์สดที่หน้าร้าน การจำหน่ายผ่านรูปแบบกล่องสุ่ม เป็นต้น ทำให้แบรนด์ป๊อปมาร์ทมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ และนอกจากการเปิดหน้าร้านออฟไลน์ และร้านค้าจำหน่ายกล่องสุ่มเป็นตู้อัตโนมัติแล้ว บริษัทยังมีการเปิดร้านออนไลน์ในช้อปปี้ด้วย รวมทั้ง มีแผนที่จะเนินธุรกิจสวนสนุกป๊อปแลนด์ และขณะเดียวกัน มีการเปิดตัวเกมออนไลน์อีกด้วย

 “จากกระแส อาร์ตทอย ที่ได้รับความนิยมจากทั้งในและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง กลายเป็นของสะสมที่มีคุณค่าและสร้างมูลค่าอย่างมหาศาล ทำให้ธุรกิจดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งธุรกิจมาแรงที่น่าสนใจในปัจจุบัน ด้วยแนวทางการพัฒนาของเล่นผสมผสานกับศิลปะ โดยอุตสาหกรรมของเล่นจีนได้ปรับกลยุทธ์การแข่งขันที่เน้นการร่วมการพัฒนาสินค้าให้มีความแตกต่าง การนำเสนอผ่านรูปแบบที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้านทรัพย์สินทางปัญญากับศิลปินนักออกแบบที่มีชื่อเสียง และการร่วมมือ ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถนำแนวคิดการพัฒนาสินค้ามาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของไทยได้”