สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่า “ข้อเรียกร้องจริยธรรมเอไอโดยโรม” ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ควรได้รับการพัฒนาด้วยหลักจริยธรรม เพื่อทำให้แน่ใจว่า มันจะส่งผลดีต่อมนุษยชาติ เมื่อพิจารณาถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสงคราม, การเลือกตั้ง และการจ้างงาน

ผู้นำมากกว่า 12 คนจากศาสนาต่าง ๆ ที่มีรากฐานในทวีปเอเชีย รวมถึงกลุ่มศาสนาพุทธ, ศาสนาซิกข์ และศาสนาชินโต รวมตัวกันที่สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา ซึ่งเคยถูกทำลายล้างโดยระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐ เมื่อปี 2488

อนึ่ง บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น ไอบีเอ็ม, ไมโครซอฟท์ และซิสโก้ ตลอดจนผู้นำจากศาสนาคริสต์, ศาสนาอิสลาม และศาสนายิว ต่างเข้าร่วมในคำมั่นสัญญาดังกล่าว ซึ่งมีขึ้นในปี 2563

ทั้งนี้ ผู้ลงนามเห็นพ้องต้องกันว่า ระบบเอไอ ต้องไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ใด และต้องมีผู้รับผิดชอบในสิ่งที่เครื่องจักรทำอยู่เสมอ อีกทั้งระบบควรมีความน่าเชื่อถือ, ปลอดภัย, เข้าใจได้ง่าย, และไม่เป็นไปตามอคติ หรือสร้างอคติ

นายไพ ซาฮิบ ไพ โมฮินเดอร์ สิงห์ ประธานองค์กรซิกข์ “กูรู นานัก นิชกาม เซวัก จาธา” กล่าวในพิธีการว่า ข้อเรียกร้องจริยธรรมเอไอโดยโรม ถือเป็นการตรวจสอบศีลธรรมระดับโลกที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเอไอไม่ควรเอารัดเอาเปรียบ หรือทำลายมนุษยชาติ แต่มันควรแสวงหาผลประโยชน์ที่ดีขึ้น และความเจริญรุ่งเรืองเท่านั้น

ขณะที่กลุ่มนักวิจัยจากสถาบันเพื่อจริยธรรมในเอไอ ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ในสหราชอาณาจักร มองว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันมีความท้าทายทางจริยธรรมที่เกิดจากเอไอเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ.

เครดิตภาพ : AFP