เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ระหว่างลงพื้นที่บึงมักกะสัน ถนนจตุรทิศ เขตราชเทวี หลังเกิดเหตุปลาน็อกน้ำตายเกลื่อนเป็นจำนวนมากวานนี้ (15 ก.ค.) โดยผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เช้านี้มาลงพื้นที่บึงมักกะสัน อยู่ที่ถนนจตุรทิศที่เชื่อมระหว่างราชปรารภและอโศก ซึ่งจุดนี้เกิดเหตุการณ์ปลาน็อกน้ำ โดยสอบถามผู้ที่ไปจับปลาบริเวณนั้น ซึ่งบึ่งมาจากอยุธยาพร้อมหน้าไม้คู่ใจหลังจากได้ยินข่าว ได้ความว่าปลาที่น็อกน้ำส่วนใหญ่เป็นปลานิล แต่ก็มีปลาหมอคางดำรวมอยู่ด้วย

ในส่วนเรื่องน้ำได้สอบถามสำนักการระบายน้ำ ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่าช่วงนี้ทำการพร่องน้ำเพื่อเตรียมรับน้ำฝน ทำให้ระดับน้ำลดลงและอาจทำให้ปลาขาดอากาศและเกิดภาวะน็อกน้ำได้ และปลาอาจมารออากาศบริเวณอุโมงค์ที่มีน้ำที่ถูกบำบัดจากศูนย์บำบัดน้ำ ซึ่งออกซิเจนจะเยอะกว่า โดยบึงมักกะสันเชื่อมกับคลองสามเสนและออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อีกฝั่งหนึ่งเชื่อมกับคลองแสนแสบไปลงคลองตัน และมีอุโมงค์ระบายน้ำที่ดึงน้ำออกไปถึงอุโมงค์ที่ช่องนนทรี ณ จุดนี้มีความกังวลไม่น้อยหากมีปลาหมอคางดำระบาดมาถึงบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อวานนี้ได้ทำงานซ่อมบำรุงเครื่องบำบัดน้ำตั้งแต่เวลา 03.00-23.00 น. ทำให้ออกซิเจนในน้ำน้อย ปลาจึงขาดออกซิเจนตาย ตอนนี้เครื่องกลับมาใช้งานได้แล้ว คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ทั้งนี้ต้องตรวจสอบสาเหตุอีกครั้งหนึ่ง ทั้งประเด็นคุณภาพน้ำ และประเด็นปลาหมอคางดำ ว่าหากปลาหมอคางดำระบาดในจุดนี้จะสามารถระบาดไปในจุดอื่นได้อีกหรือไม่ เช่น ออกแม่น้ำเจ้าพระยา คลองสามเสน คลองแสนแสบ คลองตัน โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ต่อมาเวลา 08.30 น. นายชัชชาติ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวขณะอยู่ที่โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ดินแดง 2) เขตดินแดง พร้อมด้วยนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. โดยมี นายแสนยากร อุ่นมีศรี ผอ.สำนักพัฒนาสังคม รายงานสถานการณ์ว่า เมื่อวานนี้ทางสำนักพัฒนาสังคมไปจับปลาตายเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นปลานิล 90% ที่เหลือเป็นปลาหมอคางดำ

จากนั้นนายชัชชาติ และคณะ เข้าไปยังห้องเรียนสอนทำอาหารไทย ซึ่งมีการนำปลาหมอคางดำมาทดลองประกอบอาหาร ทั้งนี้ครูผู้สอนระบุว่าปลาหมอคางดำ หัวจะเหมือนปลาหมอ ส่วนลำตัวเหมือนปลานิล แต่มีความคาวกว่า จึงต้องล้างด้วยมะขามเปียกผสมน้ำ เพื่อล้างเมือกและกลิ่นคาว ซึ่งครูผู้สอนได้ทำเมนูปลาทอดกระเทียม

นายชัชชาติ กล่าวว่า การกินปลาหมอคางดำเป็นหนึ่งในวิธีกำจัดของกรมประมง คือการสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่วนวิธีกำจัดอื่นๆ เช่น ล่าให้หมด, ปล่อยนักล่า เช่น ปล่อยปลากะพงขาว, พยายามกำจัดไม่ให้แพร่กระจาย, หาแนวร่วมช่วยกัน, ใช้วิทยาศาสตร์ เช่น การทำหมันแล้วปล่อยลงไป, พยายามหาทางเยียวยา

จากนั้น นายชัชชาติ ได้กินปลาหมอคางดำทอดกระเทียม พร้อมเผยว่า มีรสชาติอร่อย และได้กินจนหมดตัว และจากนั้นทางโรงเรียนได้จัดโต๊ะอาหารเสิร์ฟเมนูปลาหมอคางดำราดพริก พร้อมไข่เจียว ไก่ทอด

“ไม่ได้สนับสนุนให้เลี้ยงปลาหมอคางดำ สนับสนุนให้กำจัด ถ้าจับมาแล้วก็นำมากิน” นายชัชชาติกล่าว

จากนั้นเวลา 09.30 น. นายชัชชาติ เดินทางกลับไปยังบึงมักกะสัน พร้อมระบุว่าปัญหาปลาน็อกน้ำลอยตายจำนวนมากเกิดจากโรงบำบัดน้ำเสียดินแดงมีการซ่อมแซมระบบปั๊มน้ำ ทำให้หยุดปล่อยน้ำ และทำให้น้ำมีออกซิเจนน้อยลง โดยใช้เวลาร่วม 20 ชั่วโมง ต่อมามีการเปิดระบบปั๊มน้ำเมื่อเวลา 23.00 น.ของเมื่อวาน เชื่อว่าสถานการณ์จะทำให้ปลาดีขึ้น เพราะมีน้ำดีปล่อยออกมาช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ แต่ก็พบว่ามีปลาหมอคางดำประมาณ 20% อยู่ในบึงใจกลางเมืองด้วย ซึ่งต้องช่วยกันกำจัดต่อไป

ด้านนายกรณิศ บัวจันทร์ ผอ.เขตราชเทวี กล่าวว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักการระบายน้ำ มาเก็บซากปลาตายไปฝังกลบ ที่สวนราชเทวีภิรมย์ เขตราชเทวี โดยจะมีการขุดดินลึก 2 เมตร และโรยปูนขาวบนซากปลาก่อนฝังกลบ.