เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2567 นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ แจ้งเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้ส่งคืนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปพิจารณาทบทวนให้เกิดความรอบคอบ เหมาะสม และมีความชัดเจนยิ่งขึ้นใน 6 ประเด็นหลัก อาทิ สาระสำคัญในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 54 ยังมิได้ปรากฏในร่าง พ.ร.บ. ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ, การส่งเสริมหน่วยงานที่ร่วมจัดการศึกษาในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกัน, การยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), ประเด็นเกี่ยวกับโครงสร้างและภารกิจ กลไกการบริหารงาน และการกำหนดตำแหน่งและอัตรากำลังของ ศธ. ในภาพรวม ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งควรเน้นให้มีการบูรณาการการทำงานและใช้ทรัพยากรร่วมกัน และลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ นั้น เมื่อเร็วๆ นี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้สั่งการให้ สกศ. เป็นหน่วยงานหลักประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ให้ครอบคลุมตามข้อสั่งการของนายอนุทิน และให้รายงานผลความคืบหน้าในการดำเนินงานเป็นระยะๆ
เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวต่อไปว่า หลังจากได้รับข้อสั่งการจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ทาง สกศ. ได้กำหนดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษา พ.ศ. …. ในประเด็นที่รองนายกฯสั่งให้มีการทบทวนขึ้นใน 4 ภูมิภาค ขณะเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สกศ. ยังได้มีโอกาสไปชี้แจงข้อเท็จจริงให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้รับทราบถึงประเด็นข้อกังวลต่าง ๆ ว่ามีเรื่องปลีกย่อยอะไรบ้าง ซึ่งเท่าที่รับฟังส่วนใหญ่ไม่ต้องการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่ต้องการให้นำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ขึ้นมายกร่าง เพราะน่าจะมีเนื้อหาและรายละเอียดที่ครอบคลุมมากกว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ดังนั้น สกศ. จึงได้นำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ขึ้นมาปรับปรุง และแก้ไขใหม่ พร้อมกับทำรายละเอียดข้อเด่นข้อด้อยเปรียบเทียบกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาการศึกษาฉบับใหม่นี้ เพื่อเสนอให้ รมว.ศึกษาธิการ ได้พิจารณาต่อไป.



