สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 29 ก.ค. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวในกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ว่ามีการอพยพนักรบออกจากฐานที่มั่นบางส่วนทางตะวันออก และภาคใต้ของเลบานอน เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงเป็นเป้าหมายของการโจมตีโดยอิสราเอล ซึ่งมีแนวโน้มว่า จะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม


ขณะที่องค์กรสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) รายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ถอนกำลังออกจากฐานที่มั่นหลายแห่ง ทางตอนใต้ของกรุงดามัสกัส และเขตรอบนอกของเมืองหลวงซีเรีย ตลอดจนบนที่ราบสูงโกลันที่อยู่ในเขตยึดครองของซีเรีย เนื่องจาก “เป็นพื้นที่เสี่ยงถูกโจมตีโดยอิสราเอล”


นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองในซีเรียปะทุ เมื่อเดือน มี.ค. 2554 อิสราเอลโจมตีทางอากาศในซีเรียแล้วนับร้อยครั้ง เพื่อทำลายฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และกองกำลังฝักใฝ่อิหร่าน รวมถึงเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงอาวุธของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ระหว่างเลบานอนกับซีเรีย


ด้านมิดเดิล อีสต์ แอร์ไลน์ส สายการบินแห่งชาติของเลบานอน ประกาศปรับเปลี่ยนเส้นทางบินชั่วคราวในระยะนี้ “ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง”


ทั้งนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง จากเหตุการณ์ขีปนาวุธโจมตีสนามฟุตบอล ที่เมืองมาจดาล แชมส์ บนที่ราบสูงโกลัน ส่วนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 18 คน ทั้งหมดเป็นเด็กและวัยรุ่นชาวดรูซ อายุระหว่าง 10-20 ปี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


นายโยอาฟ กัลลันต์ รมว.กลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า กองทัพ “จะจัดการศัตรูอย่างหนักหน่วง” และปฏิบัติการครั้งใหม่ในเลบานอน “อาจก่อให้เกิดผลกระทบในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า ขีปนาวุธซึ่งตกที่สนามฟุตบอล เป็นแบบ “ฟาลาค-วัน” (Falaq-1) ซึ่งผลิตในอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มักใช้งาน แต่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกแถลงการณ์ ยืนกรานปฏิเสธมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีดังกล่าว.

เครดิตภาพ : AFP