สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า แอร์นิวซีแลนด์ระบุว่า สายการบินจำเป็นต้องทบทวนเป้าหมายระยะยาว ในการลดการปล่อยมลพิษประมาณ 33% ต่อเที่ยวบิน เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ
“สายการบินอาจจำเป็นต้องรักษาเครื่องบินทั้งหมดที่มีอยู่ เป็นเวลานานกว่าที่วางแผนไว้ เนื่องจากปัญหาด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ซึ่งอาจชะลอการจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดเชื้อเพลิงกว่าได้” นายเกร็ก ฟอรัน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอร์นิวซีแลนด์ กล่าวในแถลงการณ์
นอกจากนี้ แอร์นิวซีแลนด์จะถอนตัวจากโครงการริเริ่มกำหนดเป้าหมายโดยอิงหลักวิทยาศาสตร์ (เอสบีทีไอ) ซึ่งช่วยเหลือบริษัทต่าง ๆ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามข้อตกลงปารีส ฉบับปี 2558
Air New Zealand scraps 2030 emissions targets https://t.co/oqenh78DxL
— Inquirer (@inquirerdotnet) July 30, 2024
อนึ่ง สายการบินทั่วโลกประสบปัญหาการขาดแคลนเครื่องบิน และการจัดหาเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน อีกทั้งความขัดแย้งในยูเครน กับฉนวนกาซา ยังบังคับให้สายการบินต้องใช้เส้นทางที่ไกลกว่าเดิม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความยากลำบาก ในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2573 ที่กำหนดโดยหน่ยงานการค้าของอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม แอร์นิวซีแลนด์ระบุว่า สายการบินยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 และกำลังพิจารณาเป้ามายใหม่ เกี่ยวกับการลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์.
เครดิตภาพ : AFP



