โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หลายคนเคยได้ยินชื่อ และตั้งความหวังจะมาเรียน เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพ เลี้ยงตนเอง หรือเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้อีกทาง บางอาชีพยังทำให้ลดรายจ่ายภายในครัวเรือนได้ด้วย
“ทีมข่าวชุมชนเมือง” ชวนท่อง Open house ทักษะดีมีอาชีพ เปิดบ้านให้คนกรุงมาเรียนรู้แบบมืออาชีพ ซึ่งสำนักงานการส่งเสริมอาชีพ สำนักพัฒนาสังคม กทม. จัดขึ้น หวังเปิดโอกาสประชาชนที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ ผู้ที่ไม่มีโอกาสเข้าศึกษาต่อ ตลอดจนผู้ว่างงาน และผู้ถูกเลิกจ้างงาน มีโอกาสเยี่ยมชมหลักสูตรต่างๆ ก่อนตัดสินใจเรียน

ในงานมีการเปิดบูธแนะนำอาชีพที่หลากหลาย รวมถึงหลักสูตรโดดเด่นของโรงเรียนฝึกอาชีพฯ อาทิ หลักสูตรบาริสต้า หลักสูตรอาหารนานาชาติ หลักสูตรการตัดแต่งขนสุนัข หลักสูตรเสริมสวย หลักสูตรตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นต้น รวมถึงมีกิจกรรม Work shop อาทิ นวดไทย ทาสีเล็บเจล จัดดอกไม้ วาดภาพเหมือน เป็นต้น
นอกจากมีคุณครูผู้สอนมาให้รายละเอียดแต่ละหลักสูตรแล้ว ยังมีผู้ที่เรียนจริงและนำไปต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ ร่วมแชร์ประสบการณด้วย ยกตัวอย่าง น.ส.วรัญญา ทิวา นักเรียนในหลักสูตรตัดแต่งขนสุนัข 200 ชั่วโมง เล่าว่า ส่วนตัวชื่นชอบสุนัข-แมวอยู่แล้ว เพราะเปิดร้านขายอาหารสัตว์ แต่ต้องการมีอาชีพเสริมเพิ่มเติม จึงตัดสินใจมาเรียน โดยเสียค่าสมัครเพียง105 บาท เรียนใกล้จบแล้ว

“ตอนนี้ก็เตรียมเปิดร้านตัดแต่งขนสุนัขเพิ่ม เพราะสามารถตัดขน อาบน้ำได้เองจากการมาเรียนเพียงแค่คอร์สเดียว ซึ่งการมาเรียนฝึกอาชีพที่นี่ วิทยากรมีความเชี่ยวชาญในการให้ความรู้ จึงทำให้ความหวังที่จะมีร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์ของตัวเองเป็นจริงได้”
ขณะที่ น.ส.ธนันท์รัฐ ณัฐบวรวัชร์ วิทยากรสอนตัดแต่งขนสุนัข เผยถึง ความสำเร็จของผู้เรียนในหลักสูตรนี้ว่า 1 เทอมจะรับนักเรียนไม่เกิน 23 คน หลังจบหลักสูตรอย่างน้อยจะมีนักเรียน 1 คน สามารถเปิดร้านรับตัดแต่งขนสัตว์ได้ บางเทอมมีถึง 4 คน ผู้เรียนไม่เพียงแค่ใน กทม. เท่านั้น แต่ยังมีจากพื้นที่ปริมณฑล สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น ก็มาเรียนด้วยเช่นกัน ขณะที่นักเรียนบางส่วนที่เรียนจบก็ยังได้เข้าทำงานในโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำ หรือร้านที่รับตัดขนสัตว์ได้ทันที
“การมาเรียนไม่ต้องมีทักษะอะไรมาก ขอแค่มีใจรักสัตว์ เพราะถ้าเราต้องใช้เวลาในการดูแล หากใจร้อนหรือทำสัตว์เจ็บ ในอนาคตเจ้าของสัตว์จะไม่กลับมาใช้บริการอีก”

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าธุรกิจการให้บริการตัดแต่งขนสุนัขปัจจุบันยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะคนนิยมเลี้ยงสัตว์มากขึ้น อีกทั้งอาชีพดังกล่าว ยังเป็นอาชีพที่เทคโนโลยี AI ไม่สามารถเข้ามาทดแทนแรงงานในสายงานนี้ได้
ด้าน นายสันต์ สุขแสนไกรศร ผู้เรียนที่ใช้เวลาว่างหลังเกษียณ เล่าว่า เริ่มต้นมาเรียนเพราะอยากใช้เวลาว่างหลังเกษียณให้เกิดประโยชน์เลยลงเรียนต่อเนื่องในหลายหลักสูตร ทั้งหลักสูตรบาริสต้า, หลักสูตรช่างซ่อมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า, หลักสูตรการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์, หลักสูตรงานติดตั้งและออกแบบระบบควบคุมไฟฟ้าด้วย Internet of things (IoT) หลักสูตรเหล่านี้ทำให้ตนสามารถซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน หรืออุปกรณ์ที่เป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในบ้าน หรือของเพื่อนบ้าน ลดค่าใช้จ่ายที่ต้องยกไปให้ช่างซ่อมได้ด้วย

ด้าน อาจารย์ตุ้ย ธัญญชัช ณธัชพงศ์ วิทยากรหลักสูตรภาษาญี่ปุ่น เพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน 200 ชั่วโมง ระบุในส่วนของภาษาที่สอน นอกจากสอนพื้นฐานในส่วนของตัวเขียนแล้ว ยังเน้นเรื่องการพูดที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน หลักสูตรที่เปิดจึงเป็นการเรียนต่อเนื่องในทุกวันจันทร์-ศุกร์ วันละ 3 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกคนที่มาเรียนได้เรียนต่อเนื่อง ปัจจุบันยังเปิดรับสมัครอยู่เพื่อมาเรียนในเทอมต่อไป

นายแสนยากร อุ่นมีศรี ผอ.สำนักพัฒนาสังคม กล่าวว่า สำหรับโครงการทักษะดีมีอาชีพ (Good Skills, Great Jobs) เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะขับเคลื่อนนโยบายของ กทม. ในการเพิ่มโอกาสตลาดแรงงานฝึกอาชีพ พัฒนาทักษะยุคใหม่ และตอบโจทย์ตลาดงานในอนาคต ซึ่งโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพฯ ได้เปิดให้ทุกคนมีโอกาสศึกษาต่อด้านวิชาชีพตามความถนัด ความสามารถ และความต้องการของผู้เรียน เพื่อ Up-Skill และ Re-skill พัฒนาฝีมือแรงงานของตน ให้สามารถประกอบอาชีพหลักและอาชีพเสริมได้ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับสถาบันครอบครัวและชุมชน.
ทีมชุมชนเมือง รายงาน











