สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ว่า บันทึกความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ็ม) ฉบับใหม่ ซึ่งมีขึ้นหนึ่งปีหลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ออกคำสั่งฝ่ายบริหารเกี่ยวกับการควบคุมเอไอ มุ่งหวังที่จะหาความสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบโต้การใช้งานทางทหารโดยฝ่ายตรงข้าม และการสร้างมาตรการป้องกันเพื่อรักษาสิทธิพลเมือง
“นี่คือกลยุทธ์แรกของประเทศ ในการควบคุมอำนาจและจัดการความเสี่ยงของเอไอ เพื่อยกระดับความมั่นคงแห่งชาติของเรา” นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ กล่าว “เราต้องดำเนินการในด้านเอไอและความมั่นคงแห่งชาติ ให้เร็วกว่าคู่แข่งของอเมริกา เพราะพวกเขาพยายามอย่างต่อเนื่อง ที่จะแซงหน้าขีดความสามารถด้านการทหารและข่าวกรองของเรา”
Today, @POTUS is issuing the first-ever National Security Memorandum on AI to advance federal government adoption of AI for national security. This ensures that America continues to lead the way in seizing the promise and managing the risks of AI.https://t.co/nOtlpJBruF
— Karine Jean-Pierre (@PressSec) October 24, 2024
นอกจากนี้ ซัลลิแวนยังระบุว่า สหรัฐพยายามพัฒนาการใช้เอไอเพื่อความมั่นคงแห่งชาติในด้านต่าง ๆ เช่น ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการต่อต้านข่าวกรอง ตามความพยายามในการควบคุมความเสี่ยงของ “การดำเนินการเชิงกลยุทธ์ที่ไม่คาดคิด” จากคู่แข่ง
“ประเทศต่าง ๆ เช่น จีน ตระหนักถึงโอกาสที่คล้ายคลึงกัน ในการปรับปรุงและพัฒนาขีดความสามารถด้านการทหารและข่าวกรองของตนเอง ด้วยเหตุนี้ มันจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเร่งนำความสามารถของเอไอที่ล้ำสมัย มาใช้ในชุมชนความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันของเรา” ซัลลิแวน กล่าวเพิ่มเติม
อนึ่ง คำสั่งดังกล่าวระบุว่า หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยใหม่สำหรับระบบเอไอ และผู้พัฒนาต้องแบ่งปันผลการทดสอบความปลอดภัย รวมถึงข้อมูลสำคัญอื่น ๆ กับรัฐบาลวอชิงตัน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคนคาดการณ์ว่า เทคโนโลยีเอไอที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว จะทำให้เกิดการแข่งขันทางการทหารและข่าวกรอง ระหว่างมหาอำนาจของโลก.
เครดิตภาพ : AFP



