นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยในการแถลงนโยบายว่า กระทรวงพาณิชย์เร่งขับเคลื่อน 5 นโยบาย 5 ด้านเพื่อรับมือวิกฤติทับซ้อน ทั้งเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำ วิกฤติพลังงาน และวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ ได้แก่ 1.นโยบายดูแลค่าครองชีพ-สร้างรายได้-ยกระดับชุมชน 2.นโยบายรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร 3.นโยบายสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอี ชุมชน 4.นโยบายสร้างสมดุลการส่งออก 5.นโยบายยกระดับเทคโนโลยีและปลดล็อกกฎระเบียบ

ทั้งนี้ ในส่วนนโยบายดูแลราคาพลังงานค่าครองชีพ จะเน้นการหารือกับผู้ประกอบการ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลายโดยเร็ว ก็อาจต้องยอมขยับราคาสินค้าบางประเภทตามต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง แต่ต้องไม่กระทบกับผู้บริโภคเกินไป ขณะที่ผู้ประกอบการก็ต้องอยู่รอด และไม่เกิดภาวะขาดแคลน แต่ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์จะมีโครงการต่างๆ นำมาช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน โดยเฉพาะสินค้าไทยช่วยไทย ที่จะขยายอย่างต่อเนื่อง

“ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ถูกต่อว่าเยอะ ทำไมไม่คุมราคาสินค้า พอบอกว่า คุมไม่ได้ทั้งหมด ก็โดนต่อว่าอีก หาว่ากระทรวงพาณิชย์ยอมยกธงขาว แต่ในข้อเท็จจริงต้องยอมรับว่า กระทรวงพาณิชย์คุมสินค้าไม่ได้ทั้งหมด เพราะบางสินค้าไม่ได้เป็นสินค้าควบคุม และไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่กระทรวงจะพยายามทำตามหน้าที่ที่มีอยู่ให้ดีที่สุด คือ หาสินค้าทางเลือก ที่มีคุณภาพดี ราคาประหยัด มาขายให้กับประชาชน และพยายามเข้าไปกำกับดูแลเต็มที่ อย่างน้ำมันหรือยาที่มีกฎหมายเฉพาะดูแล ก็จะเข้าไปดูให้การขายปลีกตามราคาที่กำหนด”

นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงเตรียมใช้รถเร่ รถพุ่มพวง และรถโมบายธงฟ้า รวม 5,000 คัน นำสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร สินค้าเกษตร ฯลฯ ไปจำหน่ายยังชุมชนในพื้นที่ห่างไกล โดยสัปดาห์หน้าจะเปิดรับสมัครผู้ค้าเข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะมีบัตรเติมน้ำมันให้ หากเป็นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างจะช่วยค่าน้ำมัน 1,500 บาทต่อเดือน ส่วนรถกระบะ 3,000 บาทต่อเดือน คาดจะเริ่มโครงการได้สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พ.ค.นี้ นอกจากนี้ จะช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร ด้วยโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส ที่จะเริ่มต้นสิ้นเดือน เม.ย.นี้ 10 จังหวัด และในระยะยาวจะมีปุ๋ยคนละครึ่งด้วย

“เรื่องราคาสินค้า และลดค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์ จะพยายามทำให้ดีที่สุด และทำเท่าที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ตอนนี้ เหมือนว่าตัวเองกำลังทำบริษัททัวร์ เพราะมีรถทัวร์มาจอดตลอด ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ผิดไปหมด มีแต่คนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมไม่ทำอย่างนี้ อย่างนี้ ก็อยากให้เข้าใจด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์ ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลราคาสินค้า และค่าครองชีพให้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน ก็สร้างความเข้มแข็งให้กับเอสเอ็มอีด้วย”

ด้านนโยบายรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรทั้งระบบ โดยเฉพาะ ข้าว ผลไม้  ซึ่งจะเน้นแปรรูป และส่งเสริมการตั้งล้งชุมชน ต่อมาเป็น นโยบายสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอีจะมี 7 มาตรการ เช่น ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ  และยังมีนโยบายสร้างสมดุลการส่งออก เพื่อสร้างเสถียรภาพและกระจายความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น เร่งเจรจาเอฟทีเอ ไทย-สหภาพยุโรป และไทย–เกาหลีใต้ กระจายสู่ตลาดใหม่ อาทิ อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา ตลอดจนการยกระดับเทคโนโลยีและปลดล็อกกฎระเบียบ