สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า พล.ร.ต.ดาเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล แถลงว่า กองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ “อย่างจำเพาะเจาะจง” ต่อ “เป้าหมายทางทหาร” หลายแห่งในอิหร่าน “เพื่อตอบโต้อย่างชอบธรรม” ต่อการที่อีกฝ่าย “มีความเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง” กับการโจมตีอิสราเอล ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2566 สื่อถึงการที่อิหร่านสนับสนุนกลุ่มฮามาส กลุ่มฮูตี และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และรวมถึงการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ยิงขีปนาวุธราว 200 ลูก ใส่อิสราเอล เพื่อเป็นการแสดงออกต่อการที่อิสราเอลสังหารพันธมิตรหลายคนในแนวร่วม “อักษะแห่งการต่อต้าน” รวมถึงนายฮัสซัน นาสราลเลาะห์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และนายอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำสูงสุดฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาส
In response to months of continuous attacks from the regime in Iran against the State of Israel—right now the Israel Defense Forces is conducting precise strikes on military targets in Iran.
— Israel Defense Forces (@IDF) October 25, 2024
The regime in Iran and its proxies in the region have been relentlessly attacking… pic.twitter.com/OcHUy7nQvN
ด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่า “ได้รับแจ้งล่วงหน้า” จากอิสราเอล แต่สหรัฐไม่มีความเกี่ยวข้อง รวมถึงไม่ได้ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้
ขณะที่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของอิหร่านรายงาน ว่า “มีเสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้ง” ในกรุงเตหะราน และพื้นที่ใกล้เคียง แต่ยังไม่มีการเจาะจงว่า เป็นสถานที่แห่งใด อย่างไรก็ตาม มีการยืนยันว่า สถานการณ์ที่สนามบินทุกแห่ง และโรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งในประเทศ “ยังคงเป็นปกติ”.
เครดิตภาพ : AFP



