เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เวลา 06.00 น.สมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนแห่งประเทศไทยกว่า 100 คน ได้ปักหลักบริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอพบ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมประกาศแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แจ้งเรื่องการจัดสรรอัตราการปฏิบัติงาน ให้ราชการ ปีงบประมาณ 2568 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงานผู้ปฏิบัติงานให้กับสพฐ. โดยถูกเปลี่ยนเป็น ‘การจ้างเหมาบริการ’ และ ‘ตัดเงินสมทบประกันสังคม’ โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างกว่า 70,000 คนทั่วประเทศ โดยเฉพาะสวัสดิการด้านสุขภาพ การคลอดบุตร และการรับเงินบำเหน็จบำนาญในวัยเกษียณ โดยมีนายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) นายประวิตร เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) นายนิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน การศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. เป็นผู้รับเรื่อง

ทั้งนี้ สมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนแห่งประเทศไทย พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้ทบทวนแนวทางการจ้างงานใหม่ โดยข้อเรียกร้องมีดังต่อไปนี้ 1. ขอเปลี่ยนจากการจ้างเหมาบริการ เป็นวิธีการจ้างลูกจ้างชั่วคราว พร้อมเงินสมทบประกันสังคม ทุกตำแหน่ง 2. ขอปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนตามนโยบายรัฐบาลที่ปรับฐานเงินเดือน ตามคุณวุฒิ 3. ขอปรับตำแหน่งความมั่นคงในอาชีพของลูกจ้าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกตำแหน่ง
ด้านนายพัฒนะ กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนสพฐ.ได้หารือกับตัวแทนสมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนแห่งประเทศไทย ซึ่งทางตัวแทนของกลุ่มต้องการที่จะพบรมว.ศึกษาธิการให้ได้ และไม่ขอพบผู้บริหารคนอื่นๆ ดังนั้นตนจึงนำตัวแทน 8 คนเดินทางเข้าพบรมว.ศึกษาธิการ ที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากพล.ต.อ.เพิ่มพูน มีอาการป่วยจึงแจ้งลาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งนี้สพฐ.รับทราบปัญหาและความต้องการแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยที่ผ่านมาได้ทำหนังสือหารือเร่งด่วนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นผู้ออกระเบียบในการจ้างผู้ปฏิบัติงานและจัดสรรเงินงบประมาณฯ ตามลำดับไปแล้ว โดยรมว.ศึกษาธิการ พร้อมที่จะนำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุมครม.ให้ แต่ต้องการดูรายละเอียดและหลักฐานให้รอบด้านว่ากลุ่มจ้างเหมาของสพฐ.มีความเดือดร้อนจริงๆ เนื่องจากการจ้างเหมาบริการผู้ปฏิบัติงานให้ราชการนั้นไม่ได้มีแค่สพฐ.เพียงอย่างเดียว แต่มีของหน่วยงานอื่นด้วยจึงอยากสอบถามความเห็นในที่ประชุมครม.ว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหานี้อย่างไรได้บ้าง



