เมื่อวันที่ 23 ต.ค. พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจในสังกัดร่วมกันแถลงจับกุม นายนาย แถวโพธิ์ อายุ 44 ปี ชาว จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาชิงทรัพย์ชาวต่างชาติ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือหัวเหว่ย ด้านของไขควงที่ใช้เป็นอาวุธ เสื้อผ้าและ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ โดยแจ้งข้อหา “…ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยใช้ยานพาหนะ, บุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ…”

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ทางตำรวจ สภ.เมือง จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งความจาก นายเรฌอง เลเวค อายุ 60 ปี อดีตทหารเรือชาวแคนาดา ซึ่งแต่งงานกับ นางกมลทิพย์ เลเวค อายุ 42 ปี พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 605/21 ซอยร่วมเย็นพัฒนา ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ว่าเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายบุกเข้ามาที่บ้านพักก่อนจะเข้ามาทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือหลบหนีไป
ก่อนเกิดเหตุ ภรรยาซึ่งมีอาชีพขายสินค้าออนไลน์ได้นำสินค้าไปส่ง ส่วนตนกำลังนั่งดูทีวีอยู่บ้านเพียงลำพัง จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.30 น. คนร้ายเป็นชาย สวมหมวกกันน็อกสีดำ-ชมพู สวมเสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงยีนขาสั้น รองเท้าผ้าใบสีดำ และสวมแมสก์ ถือไขควงบุกรุกเข้ามาในบ้าน ข่มขู่จะเอาเงิน จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น

โดยฝ่ายคนร้ายพลาดทำมวกกันน็อกหล่น ทำให้เห็นใบหน้าชัดเจน ส่วนตนถูกไขควงแทงด้านหลังกับถูกใช้มือบีบคอจนได้รับบาดเจ็บ หลังคนร้ายได้โทรศัพท์มือถือไปแล้วก็วิ่งหลบหนีไปทันที แต่ก็ยังพลาดทำรองเท้า 1 ข้าง หมวกแก๊ป และด้ามไขควงตกไว้ในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจเก็บลายนิ้วมือและดีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ตั้งแต่ตนอาศัยอยู่ในเมืองไทยมา 5 ปี ไม่เคยเจอโจรบุกเข้ามาชิงทรัพย์ถึงในบ้านพักมาก่อน โชคยังดีที่บ้านพักติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ จึงนำคลิปภาพส่งให้ตำรวจแกะรอย ติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุจนเจอดังกล่าว

ด้าน นายนาย ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุบุกชิงทรัพย์บ้านทาวน์โฮมของฝรั่งจริง โดยตนขายอาหารตามสั่งเลี้ยงลูก 4 คน แต่ขายไม่ดี ไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งติดค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถจักยานยนต์ จึงไปยืม จยย.ของเพื่อน ขี่ไปทวงเงินที่เพื่อนอีกคนยืมไป 500 บาท แต่ปรากฏว่าไม่พบเพื่อน จังหวะขี่ จยย.ผ่านบ้านฝรั่งผู้เสียหาย มองเข้าไปเห็นชาวต่างชาติลักษณะสูงวัย นั่งอยู่ในห้องรับแขกชั้นล่างเพียงลำพัง จึงวนรถดู 2-3 รอบ คิดว่าเหยื่ออยู่คนเดียวจริง จึงตัดสินใช้ไขควงใต้เบาะรถบุกเข้าไปขู่จะเอาเงิน ปรากฏว่าอีกฝ่ายต่อสู้ ประกอบกับตัวใหญ่ ทำให้สู้แรงไม่ไหว จึงทำได้เพียงฉวยเอาโทรศัพท์มือถือไปเท่านั้น หลังถูกจับ ต้องกราบขอโทษผู้เสียหาย เพียงเพราะตนต้องการหาเงินไปใช้หนี้ และอยากหาเงินเลี้ยงลูก 4 คนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มีรายงานสืบสวนแจ้งว่า นายนาย ผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี จับในข้อหาลักทรัพย์ พอพ้นโทษออกมาได้กลับไปอยู่ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แต่ก็ยังไม่หลาบจำ ก่อเหตุลักทรัพย์ถูกจับติดคุกอีก พอพ้นโทษกลับมาอยู่ จ.อุดรธานี ก็มาก่อเหตุครั้งนี้อีกรอบ ซึ่งเป็นคดีที่หนักขึ้นกว่าเดิม.



