นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวว่า ตามที่ ศน. ได้ดำเนินโครงการวิปัสสนาเพื่อคนทั้งมวล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา โดยดำเนินโครงการร่วมกับเครือข่ายศูนย์วิปัสสนาทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่วัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร ทั้งยังสนับสนุนวัดเครือข่ายในกรุงเทพมหานคร ร่วมจัดกิจกรรมวิปัสสนาเฉลิมพระเกียรติฯ ได้แก่ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และวัดเวฬุวนาราม (ไผ่เขียว) และขยายผลระดับพื้นที่ทั้ง 4 ภูมิภาค ดังนี้ ภาคเหนือ จัดโครงการครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 12-14 ก.ค. ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 23-25 ก.ค. ณ วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดโครงการครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 29-31 ก.ค. และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 16-18 ส.ค. 2567 ณ วัดวชิราลงกรณวราราม จ.นครราชสีมา ภาคตะวันออก จัดโครงการครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 24-25 ก.ค. และครั้งที่ 2 เดือน ส.ค. ณ สำนักปฏิบัติธรรม “ธรรมปทีป” จ.ชลบุรี ภาคใต้ จัดโครงการครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 15-16 ส.ค. และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-23 ส.ค. ณ วัดถ้ำสุมะโน จ.พัทลุง นอกจากนี้ ศน. ได้บูรณาการดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิสถาบันพลังจิตตานุภาพ จัดโครงการสวดลักขี 6 ล้านจบ 6 รอบพระชนมพรรษา ทสมราชา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 มีผู้เข้าร่วมสวดลักขีรวมทั้งสิ้น 117,848,998 จบ

อธิบดี ศน. กล่าวต่อไปว่า เมื่อเสร็จสิ้นโครงการดังกล่าว พบว่ามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นจำนวนกว่า 480,000 คน ในจำนวนดังกล่าว มีชาวต่างชาติหลายประเทศเข้าร่วมโครงการด้วย ซึ่งในปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกสนใจการฝึกจิตให้มีสติสัมปชัญญะและมีความสงบตั้งมั่น เรียกว่า การฝึกจิตภาวนา หรือ สมาธิภาวนา แม้การสอนสมาธิก็ยังแพร่หลายไปในหลายประเทศด้วยเช่นกัน โดยประเทศไทยนั้น เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวต่างชาติว่าเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา และยังมีความเข้มข้นในการฝึกด้านสมาธิภาวนา มีแนวการฝึกที่หลากหลาย มีครูบาอาจารย์ที่ให้การสั่งสอนอบรมอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นจุดมุ่งหมายอันดับต้นๆ ของชาวต่างชาติทั่วทุกมุมโลกที่สนใจการฝึกสมาธิภาวนาด้วย ดังนั้น ศน. เห็นควรสนับสนุน วัด ศาสนสถานในประเทศไทย ให้มีความพร้อมรองรับชาวต่างชาติที่สนใจเข้ามาปฏิบัติธรรมในไทย ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี



