สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่าข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การเกิดในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งไม่รวมชาวต่างชาติ สะท้อนว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อัตราการเกิดของประเทศยังคงอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากเลือกที่จะไม่แต่งงาน หรือเลื่อนการแต่งงาน และชะลอการมีบุตรออกไป
ขณะเดียวกัน จำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่มขึ้น 1.8% จากปีที่แล้ว อยู่ที่ 800,274 ราย ส่งผลให้ประชากรในระบบนิเวศลดลง 470,276 คน
ทั้งนี้ จำนวนประชากรซึ่งลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 เมื่อปี 2566 ทำให้ญี่ปุ่นพยายามที่จะเพิ่มอัตราการเกิดของประเทศ โดยรัฐบาลประกาศนโยบายจูงใจมากมาย รวมถึงการเพิ่มค่าเลี้ยงดูบุตรและให้สิทธิประโยชน์สำหรับการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร เนื่องจากพิจารณาแล้วพบว่า ช่วงเวลาจนถึงต้นทศวรรษ 2030 นั้น เป็น “โอกาสสุดท้าย” ที่จะสามารถแก้วิกฤติอัตราการเกิดที่กำลังดำเนินอยู่ได้
ด้านสถิติอย่างเป็นทางการ ระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า จำนวนทารกเกิดในญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงทารกที่เกิดจากชาวต่างชาติ และทารกที่เกิดจากพลเมืองญี่ปุ่นซึ่งอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ลดลง 5.7% จากปี 2566 สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 350,074 คน.
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : AFP



