
เริ่มต้นไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำกกที่ “วัดร่องเสือเต้น” วัดสีน้ำเงินแห่งชุมชนร่องเสือเต้นที่ใคร ๆ เรียกเพราะสีสันของอุโบสถสีน้ำเงินฟ้า โดยมีลวดลายของปูนปั้นสุดวิจิตรเป็นเอกลักษณ์ แม้จะถูกน้ำเข้าท่วมสูงเมตรกว่า แต่วันนี้วัดกลับมาสวยงามดังเดิมโดยไม่มีแม้แต่รอยระดับน้ำที่เข้าท่วมขัง หรือดินแดงที่มาพร้อมกับน้ำให้ได้เห็น แม้ว่าลวดลายปูนปั้นโดยรอบจะเต็มไปด้วยซอกหลืบและรอยหยักก็ตาม
ผลงานของ “สล่านก” พุทธา กาบแก้ว ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ลูกศิษย์ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กลับมางดงามราวกับไม่เคยเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 50 ปีมาก่อน ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ พระประธานที่พุทธลักษณะงดงาม ความสูง 6.5 เมตร หน้าตักกว้าง 5 เมตร ภายในองค์พระบรรจุพระรอดลำพูน จำนวน 88,000 องค์ และมีแก้วแหวนเงินทอง ของมีค่าหลายสิ่ง ถูกฝังอยู่ใต้ฐาน บริเวณพระเศียรบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
เช่นเดียวกับคาเฟ่ริมกกที่ใคร ๆ ต้องหาโอกาสแวะเวียนมาอย่าง “ชีวิตธรรมดา” ที่อยู่ไม่ไกลกัน ที่ใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ในการกู้ร้านให้ฟื้นกลับมามีชีวิตแบบธรรมดาดังเดิม แบบที่หากไม่บอกว่าอันไหนพังแล้วต้องซ่อม หรือมีสิ่งใดมาแทนที่ของเก่าที่ปลิวไปกับน้ำ รวมถึงท่าเทียบเรือน้อย ๆ ที่เคยเป็นจุดที่สามารถลงเรือพายชมความงดงามของแม่น้ำกกซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ ที่ดูจะแตกต่างไปจากเดิมคงเป็นเกาะกลางน้ำกกที่เคยเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีต้นไม้ใหญ่ประปรายท่ามกลางหญ้าเขียว ที่วันนี้มีทรายพัดมาสะสมเพิ่มจนกลายเป็นเกาะขนาดใหญ่ขึ้นจนแทบจะเดินข้ามไปได้หากอยู่ในช่วงฤดูแล้ง แม้บางอย่างจะถูกปรับเปลี่ยนแต่บอกเลยว่าอาหาร-เครื่องดื่มของที่นี่ยังคงอร่อยแบบไม่ธรรมดาดังเดิม
มาถึงเชียงรายแล้ว อย่าลืมแวะไปเยี่ยมเยียน “แมงสี่หู ห้าตา” ที่ “วัดพระธาตุดอยเขาควายแก้ว” ที่ว่ากันว่าเป็นพระอินทร์จำแลง มีลักษณะคล้ายหมี ขนปกคลุมร่างกาย มีหูสองคู่ ตา 5 ดวง ที่ดวงตาจะเป็นสีเขียว กินถ่านไฟร้อนเป็นอาหารเมื่อถ่ายมูลออกมาเป็นทองคำ โดยจำนวนสี่หู ห้าตา แสดงถึงหลักธรรมพรหมวิหาร 4 และ ศีล 5 โดยที่วัดพระธาตุดอยเขาควายแก้วนั้นมีถ้ำของแมงสี่หู ห้าตาอยู่ ส่วนรูปปั้นขนาดใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ พระอุโบสถนั้นสร้างขึ้นมาพร้อมกัน
มีตำนานพื้นบ้านและเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และเมืองเชียงราย เมื่อประมาณกว่าหนึ่งพันปี มีเจ้าผู้ครองนครเชียงราย พระยาธรรมมิกราช เป็นผู้ก่อสร้างวัด แล้วนำพระบรมสารีริกธาตุข้อมือข้างซ้ายของพระพุทธเจ้าจากคณะสงฆ์ที่เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนล้านนามาบรรจุไว้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้สักการะกราบไหว้บูชาเป็นสิริมงคลในชีวิต ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง บอกเล่าต่อกันมาว่า หากมีทุกข์ ความลำบากใจ เมื่อกราบขอพรกับแมงสี่หู ห้าตาแล้ว จะหายจากทุกข์ มีความสุขมีโชคลาภ

สำหรับสายคาเฟ่ที่ชื่นชอบน้อง “แกะ” มาเจอกะน้อง ๆ ที่คาเฟ่เปิดใหม่ชื่อ “Abonzo Yama Mitsu” อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงราย หากแวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดห้วยปลากั้งแล้ว เลยมาทางหมู่บ้านป่าอ้อ แล้วตามป้ายบอกทางมาเรื่อย ๆ ก็จะได้พบกับเนินเขาเตี้ย ๆ ที่มีน้องแกะเดินกันขวักไขว่ โดยมีวิวแม่น้ำอยู่เบื้องหลัง ที่นี่มีกฎ กติกาในการเข้าเยี่ยมชม คือซื้อบัตรผ่านเข้าประตูแล้ว สามารถนำมาใช้แลกเมนูเครื่องดื่มตามที่กำหนดได้ 1 แก้ว แอบกระซิบอีกนิดที่นี่มีไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟให้ลิ้มลองด้วย อากาศเย็นลงอีกนิดกินไป เล่นกะน้องแกะไป บอกเลยว่าฟินแน่นอน
เพื่อยืนยันว่าเชียงรายพร้อมกลับมาต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันแล้ว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคเหนือ จัดอีเวนต์พิเศษให้สำนักงานอื่น ๆ ในแต่ละภูมิภาคทั้งจากเหนือ ใต้ ตะวันออก อีสาน และภาคกลาง ชวนตัวแทนบริษัททัวร์เดินทางไปพิสูจน์สถานที่จริง พร้อมจัดพิธีสืบชะตาหลวงล้านนาที่ “วัดฝั่งหมิ่น” วัดเก่าแก่ อายุกว่า 200 ปี สันนิษฐานว่าน่าจะเคยเป็นที่จอดเรือค้าขายของชาวจีนและชาวลาวจากล้านช้างที่ล่องเรือตามลำน้ำกกมาค้าขายกับชาวเชียงราย แต่เนื่องจากวัดนี้ตั้งอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำมาก เมื่อทางเดินของน้ำไหลเปลี่ยนทิศจนเซาะตลิ่งพัง ก็ทำให้ร้างไป ต่อมาเมื่อกระแสน้ำเปลี่ยนทิศอีกครั้ง บริเวณวัดเดิมจึงโผล่พ้นเป็นเกาะขึ้นมา ทำให้เห็นฐานพระวิหาร เศษอิฐ ไม้และซากพระพุทธรูปหินมากมาย ชาวบ้านจึงช่วยกันขุดแต่งและบูรณะจนเป็นวัดขึ้นอีกครั้ง
พร้อมจัดงานเลี้ยงต้อนรับในรูปแบบกาดมั่วครัวแลง โดยจำลองตลาดพื้นเมืองดั้งเดิมของภาคเหนือที่มีกลิ่นอายของความเรียบง่ายและอบอุ่น ในบรรยากาศสบาย ๆ ของ “อุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง” ด้วย.








