สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ว่า “จีนมีเทคโนโลยีที่ดี แต่ต่างจากมาเลเซีย เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกไม่เหมาะกับทุเรียนมากนัก” นายเจเรมี ชิน ผู้ค้าทุเรียนจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ กล่าวในงาน ไชนา อินเตอร์เนชันแนล อิมพอร์ต เอ็กซ์โป (ซีไอไออี) ซึ่งจัดที่เมืองเซี่ยงไฮ้ โดยมีผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่จากมาเลเซีย, ไทย, ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มารวมตัวกันพร้อมเพรียง

เขาอธิบายว่า ข้อจำกัดด้านธรณีวิทยาและภูมิอากาศ ทำให้ต้นทุนการเพาะปลูก และราคาขายปลีกสูงขึ้นมาก ขณะเดียวกัน จีนไม่มีการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี, ภูมิศาสตร์ และภูมิอากาศเหมือนในมาเลเซีย

“ต้นทุนเฉลี่ยอาจอยู่ที่ 60 หยวนต่อกิโลกรัม (ราว 285 บาท) เนื่องจากผู้ปลูกในไหหลำบางราย เลี้ยงทุเรียนในเรือนกระจก ขณะที่ต้นทุนในการปลูกทุเรียนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ที่เพียง 20 หยวนต่อกิโลกรัม (ราว 95 บาท)” เขากล่าว

อย่างไรก็ดี การทดลองผลิตทุเรียนในมณฑลไหหลำ พร้อมจะทะยานขึ้นเป็น 4 เท่า หรือ 200 ตันภายในปีนี้ ตามการคาดการณ์ของสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรไหหลำ แม้พายุไต้ฝุ่นรุนแรงหลายลูกที่พาดผ่านจีนในปีนี้ ก่อให้เกิดความสูญเสียระดับมหาศาล

ผลผลิตทุเรียนเชิงพาณิชย์ลอตแรกของมณฑลไหหลำ จำนวน 50 ตัน ซึ่งกระจายสู่ตลาดภายในจีน เมื่อปีที่แล้ว คิดเป็นเพียง 0.005% ของทุเรียนทั้งหมด ที่มีการบริโภคในประเทศ ตลอดทั้งปีนั้น

แม้ความนิยมในทุเรียนจะเพิ่มขึ้น แต่การบริโภคทุเรียนต่อหัวต่อปีของจีน อยู่ที่ราว 1 กิโลกรัม ด้านค่าเฉลี่ยของมาเลเซียอยู่ที่ 13 กิโลกรัม และไทย 4-5 กิโลกรัม

อย่างไรก็ดี ทุเรียนยังคงเป็น “สุดยอดผลไม้” ในเมืองร่ำรวย เช่น เซี่ยงไฮ้ ซึ่งทุเรียน 3-4 กิโลกรัมจากไทย มีราคาสูงถึง 100-150 หยวน (ราว 476-714 บาท).

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES