สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐออกแถลงการณ์ ว่าการที่รัสเซียปรับเปลี่ยนเนื้อหาของหลักนิยมการใช้นิวเคลียร์นั้น “ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย” เนื่องจากรัฐบาลมอสโกส่งสัญญาณในเรื่องนี้ “มานานระยะหนึ่งแล้ว”
รัฐบาลวอชิงตันมองว่า การดำเนินการดังกล่าว “เป็นวาทกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบ” เนื่องจากจนถึงตอนนี้ ตำแหน่งที่ตั้งทรัพย์สินด้านนิวเคลียร์ของรัสเซีย “ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง” ดังนั้น สหรัฐถือด้วยว่า “ไม่มีเหตุผล” ที่รัสเซียต้องปรับเปลี่ยนหลักการดังกล่าว
ทั้งนี้ นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ลงนามในกฤษฎีกา ว่าด้วยการขยายขอบเขตของหลักนิยมการใช้นิวเคลียร์ เพื่อตอบสนองต่อความก้าวร้าวของรัฐที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งได้รับความสนับสนุนจาก “ชาติที่เป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์” หมายถึงยูเครนและสหรัฐ
เปสคอฟกล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็น “การโจมตีร่วมกัน” ดังนั้น รัสเซียจึงต้อง “ปรับตัวและเตรียมความพร้อม” และยืนยันว่า การที่รัฐบาลมอสโกมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ “ป้องกันตัวเอง” และ “เพื่อป้องปราม” เท่านั้น
Russia reserves right to resort to nuclear weapons if faced with threat – Putin
— RT (@RT_com) September 25, 2024
More: https://t.co/Cb4jSjInUZ pic.twitter.com/AcLmtrZ9q9
อนึ่ง ผู้นำรัสเซียเสนอแก้ไขหลักนิยมการใช้นิวเคลียร์ของประเทศ เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน รัสเซียจะพิจารณา “ความเป็นไปได้” ของการใช้งานอาวุธนิวเคลียร์ หากฝ่ายความมั่นคงและข่าวกรอง ตรวจพบว่ากำลังมีการเตรียมการใช้ขีปนาวุธ อากาศยาน และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในระดับที่ถือเป็น “ภัยคุกคามอย่างมีนัยสำคัญ” ต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัสเซีย
นอกจากนี้ ปูตินเน้นย้ำว่า กองกำลังนิวเคลียร์ของรัสเซีย “มีความสำคัญที่สุด” ในการเป็นหลักประกันด้านความปลอดภัยและความมั่นคง ให้กับรัฐและประชาชน
☣️RUSSIA’S NEW NUCLEAR DOCTRINE: WHAT HAS CHANGED?
— Sputnik (@SputnikInt) November 19, 2024
President Vladimir Putin has authorized the country’s updated nuclear doctrine, bringing into force changes that he first announced in September. What are the updates about?
The previous version singled out four situations in… pic.twitter.com/4i4w12foNQ
ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ ว่ากองทัพยูเครนยิงขีปนาวุธนำวิถี “อะแทคซิมส์” 6 ลูก ที่ได้รับมาจากสหรัฐ โจมตีเป้าหมายในภูมิภาคเบรียนสก์ ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศ เมื่อช่วงรุ่งสางของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม ระบบป้องกันทางอากาศของกองทัพรัสเซีย สกัดการโจมตีของขีปนาวุธได้อย่างน้อย 5 ลูก ส่วนขีปนาวุธอีกลูกหนึ่ง “ตกในพื้นที่ทางทหาร” แห่งหนึ่ง และส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ “เล็กน้อย” โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียยืนยันว่า ไม่มีผู้เสียชีวิตและสถานที่แห่งนั้นไม่ได้รับความเสียหาย
ส่วนนายอันเดร ซิบิกา รมว.การต่างประเทศยูเครน กล่าวถึงรายงานที่ว่า สหรัฐอนุญาตให้ยูเครนสามารถใช้อาวุธซึ่งมีพิสัยทำการระยะไกล โจมตีเป้าหมายซึ่งอยู่ไกลออกไปในรัสเซีย “เป็นการเปลี่ยนเกมสงครามอย่างแท้จริง” และจะเป็นการ “สร้างแรงขับเคลื่อนเชิงบวก” ให้กับยูเครน.
เครดิตภาพ : AFP



