สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม “ทรูธ โซเชียล” กล่าวถึงการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ผู้นำแคนาดา ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในเมืองเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา “เป็นการพบกันอย่างสร้างสรรค์”
ทั้งนี้ ประเด็นที่มีการหารือ รวมถึง แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดข้ามพรมแดน โดยเฉพาะเฟนทานิล ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนจำนวนมากในสหรัฐ อันเป็นผลมาจากการอพยพข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย โดยทรัมป์ยืนยันว่า ได้รับคำมั่นจากผู้นำแคนาดา ที่จะเพิ่มความร่วมมือกับรัฐบาลวอชิงตันในอนาคต เพื่อปราบปรามเรื่องนี้
Thanks for dinner last night, President Trump. I look forward to the work we can do together, again. pic.twitter.com/lAWFMTtQt7
— Justin Trudeau (@JustinTrudeau) November 30, 2024
อนึ่ง ว่าที่ผู้นำสหรัฐประกาศเตรียมขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดา ในอัตรา 25% ร่วมกับเม็กซิโก เนื่องจากทั้งสองประเทศ “ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเพียงพอ” ในการยับยั้ง “การรุกราน” ของยาเสพติดและผู้อพยพ
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะหมดวาระในวันที่ 20 ม.ค. 2568 ที่จะเป็นวันรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของทรัมป์ด้วย กล่าวว่า มาตรการภาษีของทรัมป์ จะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ กับแคนาดาและเม็กซิโก
เมื่อปีที่แล้ว มากกว่า 3 ใน 4 ของสินค้าที่ผลิตในแคนาดา ส่งไปยังสหรัฐ โดยมีมูลค่าราว 592,700 ล้านดอลลาร์แคนาดา ( ราว 14.5 ล้านล้านบาท ) เมื่อปีที่แล้ว และแคนาดามีแรงงานในภาคการค้าและอุตสาหกรรมส่งออกเกือบ 2 ล้านคน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



