สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม “ทรูธ โซเชียล” กล่าวถึงการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ผู้นำแคนาดา ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในเมืองเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา “เป็นการพบกันอย่างสร้างสรรค์”


ทั้งนี้ ประเด็นที่มีการหารือ รวมถึง แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดข้ามพรมแดน โดยเฉพาะเฟนทานิล ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนจำนวนมากในสหรัฐ อันเป็นผลมาจากการอพยพข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย โดยทรัมป์ยืนยันว่า ได้รับคำมั่นจากผู้นำแคนาดา ที่จะเพิ่มความร่วมมือกับรัฐบาลวอชิงตันในอนาคต เพื่อปราบปรามเรื่องนี้


อนึ่ง ว่าที่ผู้นำสหรัฐประกาศเตรียมขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดา ในอัตรา 25% ร่วมกับเม็กซิโก เนื่องจากทั้งสองประเทศ “ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเพียงพอ” ในการยับยั้ง “การรุกราน” ของยาเสพติดและผู้อพยพ


ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะหมดวาระในวันที่ 20 ม.ค. 2568 ที่จะเป็นวันรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของทรัมป์ด้วย กล่าวว่า มาตรการภาษีของทรัมป์ จะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ กับแคนาดาและเม็กซิโก

เมื่อปีที่แล้ว มากกว่า 3 ใน 4 ของสินค้าที่ผลิตในแคนาดา ส่งไปยังสหรัฐ โดยมีมูลค่าราว 592,700 ล้านดอลลาร์แคนาดา ( ราว 14.5 ล้านล้านบาท ) เมื่อปีที่แล้ว และแคนาดามีแรงงานในภาคการค้าและอุตสาหกรรมส่งออกเกือบ 2 ล้านคน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES