สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย พบหารือกับนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ที่กรุงดามัสกัส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงสุดของรัฐบาลเตหะราน ยืนยันการยืนหยัดเคียงข้างและมอบความสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้แก่รัฐบาลดามัสกัส ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาบูรณภาพแห่งดินแดน


ขณะที่อัสซาดกล่าวว่า ซีเรียต้องการความสนับสนุนจากพันธมิตร ในการเผชิญหน้ากับกลุ่มก่อการร้าย “ที่ได้รับความสนับสนุนจากต่างประเทศ” ส่งผลให้ฝ่ายรัฐบาลต้องเสียเมืองอเลปโปเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2559

ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย สนทนากับนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ที่กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย


ทั้งนี้ กองทัพซีเรียถอนกำลังออกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองอเลปโป ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองและตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ หลังกองกำลังนักรบจีฮัดชื่อ “ฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม” (เอชทีเอส) และกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียหลายกลุ่ม ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากตุรกี ร่วมกันปฏิบัติการจู่โจมเมืองแห่งนี้แบบสายฟ้าแลบ และสามารถยึดพื้นที่ได้เพียงไม่กี่วัน

AFP


การสู้รบที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 ราย ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของเอชทีเอส ด้านรัสเซียยกระดับการโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโป และพื้นที่ใกล้เคียง โดยการโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย ในเมืองอเลปโป และอีกอย่างน้อย 9 ราย ในเมืองอิดลิบ


อีกด้านหนึ่ง สภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เมืองอเลปโป เป็นผลจากการที่รัฐบาลดามัสกัส “พึ่งพาและเชื่อมั่น” รัสเซียและอิหร่านมากเกินไป และยังเป็นผลจากการที่ซีเรียเป็นฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือ และเดินหน้าตามแนวทางของแผนสันติภาพ ซึ่งกำหนดโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เมื่อปี 2558 และทิ้งท้ายว่า สหรัฐ “ไม่มีความเกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง” กับเรื่องนี้.

เครดิตภาพ : AFP