นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินทุกภูมิภาคทั่วโลกในปี 67 ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเดินทางระหว่างประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ 19.7% และการเดินทางจากยุโรปสู่ทวีปเอเชีย เติบโตสูงสุด 23.1% โดยในปี 68 คาดว่าจะเติบโต 17.2% ในส่วนของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส คาดว่าการดำเนินงานจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยสามารถขนส่งผู้โดยสารได้ 4.5 ล้านคน 4.8 หมื่นเที่ยวบิน อัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) 85% รายได้ประมาณ 1.78 หมื่นล้านบาท โดยในปี 68 คาดว่ารายได้และผู้โดยสารจะเติบโตประมาณ 10-12%

นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทุกเส้นทางมียอดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าเข้ามาแล้วประมาณ 10% โดยในช่วงเดือน พ.ย. 67-มิ.ย. 68 มียอดจองตั๋วล่วงหน้าโตขึ้น 12% ซึ่งเส้นทางสมุย เติบโตสูงสุด 25% ทั้งนี้เพื่อรองรับการเดินทางช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) บริษัทฯ ได้จัดหาเครื่องบินแอร์บัส เพิ่มอีก 2 ลำ เป็นแบบเช่าระยะสั้น มาให้บริการผู้โดยสารในช่วงเดือน ธ.ค. 67-เม.ย. 68 และในไตรมาส 4 ปี 68 (ต.ค.-ธ.ค. 68) จะกลับมาเปิดเส้นทางบิน สมุย-กัวลาลัมเปอร์ (มาเลเซีย) ทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน (ไป-กลับ) เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อผู้โดยสารจากยุโรปเดินทางเข้ามายังเกาะสมุย ส่วนแผนในปี 68 จะจัดหาเครื่องบินเข้ามาประจำฝูงบินเพิ่มอีก 2 ลำ โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีเครื่องบินประมาณ 23 ลำ

นายพุฒิพงศ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออกว่า อยู่ระหว่างการจัดทำแผนสองสำรองไว้กรณีที่ไม่มีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เพื่อไปเจรจาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขรายละเอียดต่างๆ กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี เนื่องจากปัจจุบันการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป และอีอีซียังไม่สามารถส่งมอบหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ควรต้องจบภายในไตรมาส 1 ปี 68 หรือไม่เกินเดือน มี.ค. 68 ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายแล้วว่า ไม่ว่าจะเกิดหรือไม่เกิดรถไฟความเร็วสูงฯ บริษัทฯ จะเดินหน้าโครงการต่อไป จะเริ่มก่อสร้างไม่ให้เกินกลางปี 68 เพราะหากนับถึงกลางปี 68 เวลาก็ล่วงเลยมาแล้วประมาณ 5 ปี

นายพุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า หากเริ่มก่อสร้างได้ในกลางปี 68 คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างในเฟสแรกประมาณ 4 ปี ประกอบด้วย อาคารผู้โดยสาร ลานจอดเครื่องบิน แท็กซี่เวย์ และงานสาธารณูปโภค และสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี 72 รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 8-10 ล้านคน สำหรับในส่วนของเมืองการบินจะหาพาร์ทเนอร์ที่สนใจจะมาลงทุนในพื้นที่แห่งนี้ อาทิ โรงแรม ศูนย์การค้า หรือกิจกรรมอื่นๆ อย่างไรก็ตามยังมั่นใจว่าแม้จะไม่มีรถไฟความเร็วสูง ก็ยังจะมีคนมาใช้บริการ เพราะพื้นที่อีอีซีมีการลงทุนโครงการต่างๆ อีกมากเป็นหลักแสนล้านบาท และสนามบินจะช่วยทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น และหากพัฒนาเมืองการบินให้มีความน่าสนใจ อาทิ โรงแรม ดิวตี้ฟรี ร้านอาหาร ร้านค้า มีการแสดงโชว์ต่างๆ และสนามแข่งรถ F1 เป็นต้น ก็น่าจะดึงดูดคนเข้ามาใช้บริการได้.