เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) พรรคประชาชน ถึงมติ ครม.เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา อนุมัติหลักการร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. … วงเงิน 400,000 ล้านบาท ว่า รัฐบาลยังไม่พูดถึงการเยียวยากลุ่มประชาชนที่ตกหล่น แต่เป็นการเทหน้าตัก 200,000 ล้านบาทไปกับการเยียวยา โดยส่วนใหญ่อยู่ที่โครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งมีลักษณะการเยียวยาแบบหว่านแห ไม่มีการคัดกรอง จะทำให้เจอกับปัญหาว่าคนที่เดือดร้อนอาจไม่ได้รับ ส่วนคนที่ได้รับอาจไม่ได้เดือดร้อนตรงนี้ก็เป็นปัญหา

“ถ้าเราสังเกตดูโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ออกมาทีเดียว 4 เดือน ใช้เงินเกือบหมดวงเงินที่ได้รับการอนุมัติมาให้กู้ ส่วนแผนการเยียวยาเท่ากับว่ารัฐบาลคิดว่าสงครามและวิกฤติพลังงานกำลังจะสิ้นสุดลงในเร็ววันหรือไม่ แล้วถ้าหลังจาก 4 เดือนนี้ วิกฤติยังยืดเยื้อราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง จะทำอย่างไรต่อ จะต้องกู้ก้อนใหม่หรือไม่ เพราะเอาเข้าจริงแล้วการกู้รอบนี้ ก็แทบจะเรียกว่าเป็นการกู้รอบสุดท้าย เพราะทุกอย่างอยู่ในสภาวะที่อาจจะไม่อนุญาตให้รัฐบาลกู้รอบใหม่ได้อีกเลยด้วยซ้ำ แต่กลับถมเงินก้อนเยียวยาใช้ให้หมดภายใน 4 เดือน เราจึงอยากตั้งข้อสังเกตไป” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า อีกเรื่องสำคัญคือเงินอีกจำนวน 200,000 ล้านบาทที่เป็นแผนการเปลี่ยนผ่านต่อ โครงสร้างเศรษฐกิจซึ่งเราเห็นว่ายังไม่จำเป็นเร่งด่วนจริงๆ จึงควรออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มากกว่าออกเป็น พ.ร.ก. ดังนั้นตนอยากให้รัฐบาลทบทวนทำรายละเอียดโครงการให้ชัดเจนและนำมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยตนคิดว่าไม่เกิน 3 เดือน พ.ร.บ.นี้จะผ่านสภาได้อย่างไม่ยุ่งยาก และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท พรรคประชาชนจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า อยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกันภายใน เราได้รับทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมาขอเสียง สส.ในการยื่นด้วย ตอนนี้ตนยังไม่เห็นตัวคำร้องของพรรคประชาธิปัตย์ จึงคงต้องพูดคุยกันระหว่าง 2 พรรคว่าเห็นตรงกันหรือไม่ในแต่ละประเด็น ก่อนจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งจะเข้าสภา ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า แน่นอนว่าต้องเตรียมความพร้อม เพราะจะเป็นเงื่อนเวลาว่าหากจะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องชะลอการนำร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวเข้าสู่สภา

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะต้องตัดสินใจและหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนวันที่ 14 พ.ค.ใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตามกฎหมายกำหนดไว้ว่าจะต้องทำก่อนวันที่ 14 พ.ค.

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ พ.ร.ก.เงินกู้ครั้งนี้ไม่เป็นการหว่านแห สอดไส้ หรือตีเช็คเปล่า และมีแผนการใช้หนี้ที่ชัดเจน และจากที่ น.ส.ศิริกัญญาเคยให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลมีความชัดเจนในการแยกงบประมาณเป็น 2 ส่วน คือมาตรการเยียวยา และการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ตนไม่ได้ติดใจอะไร แต่ในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมองว่าควรออกเป็น พ.ร.บ.ก็ได้

“เราจึงตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอาศัยช่องในรัฐธรรมนูญเพื่อออกเป็น พ.ร.ก. ดังนั้นแทนที่จะถามว่าเราจะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญยื่นว่าออก พ.ร.ก.ถูกหรือผิดตามข้อกฎหมาย ถ้ารัฐบาลทำทุกอย่างตรงไปตรงมา อะไรที่เร่งด่วน ก็ออกเป็น พ.ร.ก. อะไรที่ไม่เร่งด่วน ก็ออกเป็น พ.ร.บ. คงไม่ต้องมาถกเถียงเรื่องนี้กันตั้งแต่แรก” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ขณะที่นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ข้อกังวลของเราคือการที่ต้องเร่งใช้เงิน 200,000 ล้านบาท ภายใน 4 เดือน เป็นเรื่องน่ากังวลว่าตกลงรัฐบาลประเมินสงคราม และกู้เงินมาเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามจริงหรือไม่ หรือเป็นการใช้เงิน 200,000 ล้านบาท ภายใน 4 เดือน เพื่อคะแนนนิยมที่กำลังลด หรือเพื่อเรียกเสียงคะแนนกลับมาหรือไม่ ถ้าเตรียมพร้อมกับสงคราม และไม่อยากก่อหนี้ซ้ำอีกในอนาคตที่ยิ่งเป็นการเพิ่มปัญหา การใช้เงินก้อนนี้ยิ่งต้องระมัดระวัง แต่แผนล่าสุดคือใช้เงิน 200,000 บาท ภายในระยะเวลา 4 เดือน เรามองว่าไม่เหมาะสมกับการรับมือในสถานการณ์วิกฤติเป็นอย่างยิ่ง.