กรณีวิสามัญ นายยุทธพล หรือยุทธ หมอกต้ายซ้าย อายุ 49 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนอาก้ายิง นายวินัย มณีรัตน์ อายุ 56 ปี ประธานสภา อบต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาในเขต ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ตามที่ได้เสนอมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
วิสามัญ ‘ไอ้ยุทธ อาก้า’ เปิดฉากยิงใส่ตร. ก่อนเป็นศพโทรหาญาติลั่น ‘ไม่ยอมให้จับ’
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปจุดที่มีการวิสามัญ นายยุทธพล และจุดที่นายยุทธพล หลบอยู่ บริเวณใต้ต้นค้อกลางทุ่งนา ซึ่งเป็นต้นสูงใหญ่มีร่มเงา แต่สามารถมองเห็นได้ชัดจากพื้นที่โดยรอบ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการกั้นพื้นที่โดยรอบ ที่นายยุทธพล ถูกวิสามัญเอาไว้ พร้อมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง คอยห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ โดยทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบเก็บรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้ เพื่อตรวจหาปลอกกระสุนและหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม

ขณะที่ ภ.จว.ขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ได้เรียกประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในห้องประชุมหรือสังเกตการณ์การประชุมแต่อย่างใด พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้ สภ.อุบลรัตน์ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุ เร่งดำเนินการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการวิสามัญ และสรุปสำนวนโดยเร็วที่สุด จึงจะบอกได้ว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุหรือไม่อย่างไร ส่วนผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานนั้น อยู่ในสำนวนคดีที่ต้องส่งให้อัยการ จึงไม่ขอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน และในช่วงเช้า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจะลงพื้นที่อีกครั้งในจุดที่มีการวิสามัญเพื่อเคลียร์พื้นที่และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด โดยยังไม่อนุญาตให้ชาวบ้านหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่โดยเด็ดขาด ขณะที่ญาติของนายยุทธพล ประสานติดต่อมาที่ สภ.อุบลรัตน์ แล้ว เพื่อดำเนินการติดต่อขอรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด

“ตำรวจพยายามเข้าถึงตัวผู้ก่อเหตุหลายครั้ง และเรียกเกลี้ยกล่อมคนร้ายให้มอบตัว แต่ถูกคนร้ายยิงสวนเพื่อเบิกทางมาตลอด จนกระทั่งเวลา 16.43 น. เจ้าหน้าที่พยายามเจรจากับคนร้ายแต่ก็ไม่เป็นผล คนร้ายยังคงยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ไม่ยอมมอบตัว ซึ่งก่อนหน้านี้คนร้ายได้โทรฯ กลับไปหาญาติที่บ้านบอกว่าจะไม่ยอม ไม่ให้ตำรวจจับตัวได้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีการวิสามัญคนร้ายภายในป่าอ้อยหลังโรงเรียนศาลาดินห้วยเตย ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายพยายามหนี ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า คนร้ายมีประวัติการก่อเหตุอย่างโชกโชนด้วย” พล.ต.ต.อนุวัตร กล่าว



